Filter
Exclude
Time range
-
Near
naklongpoong
Lake Street คงคำแนะนำ $QUBT ที่ Buy คงราคาเป้าหมายที่ $16 ความเห็นจากนักวิเคราะห์ "เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน QCi ได้ประกาศเสร็จสิ้นการเข้าซื้อกิจการ NHanced Semiconductors, Inc. ด้วยมูลค่าการจ่ายรวมที่เป็นเงินสดและหุ้น QCi คิดเป็นมูลค่า 73.1 ล้านดอลลาร์ และอาจมีส่วนปรับปรุงมูลค่าในภายหลัง พร้อมด้วยโบนัสตามผลประกอบการเพิ่มเติมอีกสูงสุด 72.0 ล้านดอลลาร์ เรามองว่าดีลนี้เป็นการต่อยอดที่แข็งแกร่งจากการเข้าซื้อกิจการ Luminar Semiconductor ที่เสร็จสิ้นไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งจะช่วยขยายขีดความสามารถด้านการผลิตอุปกรณ์แสงและเทคโนโลยีแพ็กเกจจิ้งชิปขั้นสูงให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ฝ่ายบริหารกำลังวางตำแหน่งของดีลนี้ให้เป็นเสมือนการเปิดตัวโรงงานแห่งที่สอง ซึ่งถือว่ามาเร็วกว่ากำหนดการเดิมของบริษัทอยู่หลายปี เราเชื่อว่าการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จะช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านของ QCi จากโมเดลธุรกิจที่เน้นการวิจัยและทำตัวต้นแบบ ไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ที่ขยายขนาดได้ โดยจะได้รับการเติมเต็มทั้งในด้านความเชี่ยวชาญการผลิตเซมิคอนดักเตอร์และอุปกรณ์แสงขนาดนาโน เทคโนโลยีแพ็กเกจจิ้งขั้นสูง รวมถึงทีมวิศวกรที่มีความสามารถเฉพาะทาง แม้ว่าผลตอบแทนทางการเงินจากดีลนี้จะยังไม่สามารถวัดค่าออกมาเป็นตัวเลขได้ในตอนนี้ แต่เราเชื่อว่ามูลค่าเชิงกลยุทธ์นั้นมีความสำคัญอย่างมีนัยสำคัญ เราจึงยืนยันคำแนะนำซื้อและคงราคาเป้าหมายไว้ที่ $16" นักวิเคราะห์ Maxwell Michaelis
38
JaneZealot
🔥AI Boom รอบนี้ร้อนแรงแค่ไหน? กราฟจาก Finacial Time แกนตั้งคือระดับการลงทุน เทียบกับจุดต่ำสุดก่อนเกิด boom ส่วนแกนนอนคือจำนวนปีหลังจาก boom เริ่มต้น สิ่งที่เห็นชัดคือ เส้น AI พุ่งขึ้นเร็วมาก ภายในเวลาประมาณ 3 ปี การลงทุนใน AI ขึ้นไปเกือบ 4.5 เท่าจากฐานเดิม เร็วกว่าหลายวัฏจักรในอดีต และนี่คือเหตุผลที่ตลาดเริ่มตั้งคำถามว่า AI boom รอบนี้กำลังเป็น “การลงทุนในอนาคต” หรือเริ่มเข้าใกล้ภาวะ “ลงทุนล้นเกิน” แบบที่เคยเกิดขึ้นในหลายยุคของประวัติศาสตร์ ประเด็นสำคัญคือ กราฟนี้ไม่ได้บอกว่า AI เป็นของปลอม ตรงกันข้าม AI อาจเป็นเทคโนโลยีจริง เปลี่ยนโลกจริง และสร้างผู้ชนะตัวจริงได้เหมือนที่อินเทอร์เน็ตเคยทำในยุค Dotcom แต่สิ่งที่ประวัติศาสตร์สอนเราคือ เทคโนโลยีที่เป็นของจริง ไม่ได้แปลว่าราคาหุ้นและ valuation ในช่วง boom จะสมเหตุสมผลทั้งหมด ⭐️ยุค Dotcom คือกรณีคลาสสิก อินเทอร์เน็ตไม่ได้หายไปหลังฟองสบู่แตก Amazon และ Google กลายเป็นบริษัทระดับโลก แต่ระหว่างทาง Nasdaq ยังร่วงลงถึง 77% จากจุดสูงสุดถึงจุดต่ำสุด และมีบริษัทอินเทอร์เน็ตจำนวนมากล้มไปภายในปี 2003 ดังนั้นคำถามของ AI รอบนี้จึงไม่ใช่แค่ว่า “AI จะเปลี่ยนโลกไหม” แต่เป็น “ใครจะทำเงินจาก AI ได้จริง และรายได้จริงจะโตทันเงินลงทุนที่ถูกเทเข้าไปหรือไม่” ทวิตมันพิมพ์ได้น้อย อันนี้เจนเอามาจากบทความเสียตังค์ของ Financial Time อ่านเต็มๆได้ที่เพจได้นะคะ m.facebook.com/story.php?sto…
166
naklongpoong
Wolfe Research คงคำแนะนำ $MSFT ที่ Outperform ปรับลดราคาเป้าหมายเป็น $525 ความเห็นจากนักวิเคราะห์ "ข่าวราคาหน่วยความจำที่ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ รวมถึงบทวิเคราะห์ผลประกอบการล่าสุดของ Micron $MU ได้ส่งผลให้เราต้องปรับเพิ่มประมาณการงบลงทุน (Capex) ในปีงบประมาณ 2027 ของ Microsoft ขึ้นไปอีก ซึ่งเดิมทีตัวเลขของเราก็สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ (Consensus) อยู่แล้ว ทั้งนี้เพื่อสะท้อนถึงต้นทุนชิ้นส่วนที่สูงขึ้นในการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI การปรับเปลี่ยนตัวเลขในโมเดลครั้งนี้ทำให้คาดการณ์อัตรากำไรขั้นต้น กำไรต่อหุ้น (EPS) และกระแสเงินสดอิสระ (FCF) ลดลง แต่เรายังคงมองว่าระดับราคาหุ้นของ Microsoft มีความน่าดึงดูดก่อนที่จะมีการรายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2026 จากผลกระทบของราคาหน่วยความจำที่แพงขึ้น เราได้ปรับลดคาดการณ์อัตรากำไรขั้นต้นรวมในปีงบประมาณ 2027 ลงเหลือ 63.1% จากเดิมที่คาดไว้ 64.0% และต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 66.6% โดยเป็นผลมาจากการเพิ่มงบลงทุนในปีงบประมาณ 2027 ขึ้นเป็น 2.7 แสนล้านดอลลาร์ จากเดิมที่ตั้งไว้ 2.3 แสนล้านดอลลาร์ การปรับเพิ่มงบลงทุนนี้ส่งผลให้ประมาณการกำไรต่อหุ้นปีงบประมาณ 2027 ลดลง 1% มาอยู่ที่ $19.02 จากเดิม $19.28 ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ 2% ที่สำคัญคือ ตอนนี้เราประเมินว่ากระแสเงินสดอิสระในปีงบประมาณ 2027 จะติดลบ โดยได้รับผลกระทบจากการเพิ่มงบลงทุนขนานใหญ่ถึง 4 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่งผลให้กระแสเงินสดอิสระในปีงบประมาณ 2027 ติดลบราว 1.74 หมื่นล้านดอลลาร์ ย่ำแย่ลงจากเดิมที่เคยคาดไว้ว่าจะติดลบ 1.47 หมื่นล้านดอลลาร์ และต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ว่าจะบวก 3.1 หมื่นล้านดอลลาร์ อยู่ถึงประมาณ 4.8 หมื่นล้านดอลลาร์ แม้ว่าประมาณการใหม่ของเราจะสะท้อนถึงแรงกดดันด้านต้นทุน แต่เรามีข้อสังเกตว่า Microsoft ได้เปิดเผยข้อมูลเป็นครั้งแรกในไตรมาสที่ผ่านมาว่า มีการจำกัดวงเงินลงทุนจำนวน 1.15 หมื่นล้านดอลลาร์ที่เกี่ยวข้องกับข้อตกลงกับซัพพลายเออร์ ซึ่งเราคิดว่านี่อาจสะท้อนถึงการที่บริษัทได้ล็อกราคาต้นทุนชิ้นส่วนบางส่วนที่ผูกกับราคาหน่วยความจำไว้ล่วงหน้าแล้ว แม้ว่าข้อตกลงนี้อาจช่วยลดผลกระทบได้บางส่วน แต่เรายังคงเลือกที่จะปรับเพิ่มประมาณการงบลงทุนเพื่อรองรับการขยายกำลังการผลิตของบริษัทในการตอบสนองต่อความต้องการใช้งาน Azure ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยเราคาดว่า Azure จะเติบโต 41% ในปีงบประมาณ 2027 และ 40% ในปีงบประมาณ 2028 ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 40% และ 38% ตามลำดับ ขับเคลื่อนด้วยกระแส AI และการหันมามุ่งเน้นพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ของตัวเองมากขึ้น เราขอยืนยันคำแนะนำ Outperform แต่ปรับลดราคาเป้าหมายของ MSFT ลงมาอยู่ที่ $525 จากเดิม $570 เพื่อให้สอดคล้องกับประมาณการกำไรต่อหุ้นและมูลค่าหุ้นใหม่ที่ระดับ P/E ประมาณ 26 เท่าของปีปฏิทิน 2027 เทียบกับกลุ่มบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกันที่ซื้อขายกันอยู่ที่ประมาณ 25 เท่า ในระยะยาวยังคงมีมุมมองเชิงบวกอย่างมากต่อแนวทางการสร้างรายได้อย่างครบวงจรจากเทคโนโลยี AI ของ Microsoft ร่วมกับการเติบโตของ Azure ที่เร่งตัวขึ้น รวมถึงศักยภาพในการสร้างรายได้จากเทคโนโลยี AI Agent ที่เพิ่มสูงขึ้น แม้จะเห็นแรงกดดันในระยะสั้นจากการปรับฐานประมาณการเนื่องจากต้นทุนซัพพลายเชนที่ปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม" นักวิเคราะห์ Alex Zukin, Joshua Tilton, Arsenije Matovic
1
137
naklongpoong
หุ้น Pre-Market ประจำวันที่ 6 กรกฎาคม 2026 ภาพรวมตลาดวันนี้ฝั่งบวกคึกคักเป็นพิเศษ 🟢 TOP GAINERS $SEER Seer: 30% ยื่นเอกสารนำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุน และเร่งให้ผู้ถือหุ้นสนับสนุนรายชื่อคณะกรรมการที่บริษัทเสนอ $WULF TeraWulf: 20% เซ็นสัญญาเช่าระยะยาว 20 ปีกับ Anthropic พร้อมขายหุ้นในโครงการ Abernathy $SHAZ SharonAI Holdings: 8% พุ่งรับข่าว Anthropic มีแผนลงทุน Data Center ขนาด 1.4 กิกะวัตต์ในออสเตรเลีย $VERA Vera Therapeutics: 6.5% ปรับตัวขึ้นก่อนการตัดสินใจของ FDA $IREN IREN: 6% ได้แรงหนุนจากแผนขยาย Data Center ของ Anthropic ในออสเตรเลีย $WDC Western Digital: 5.5% หลัง Goldman Sachs ปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย $SNDK SanDisk: 5% หลัง Goldman Sachs ปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย $BE Bloom Energy: 4% Jefferies ปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย $ASML ASML Holding: 4% Bernstein ปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย ท่ามกลางมุมมองเชิงบวกต่อการขยายการลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ $AVGO Broadcom: 4% ขยายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีกับ Apple $NOK Nokia: 4% Bank of America Securities ยังคงคำแนะนำ "Buy" $PENG Penguin Solutions: 3.8% Rosenblatt ปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย $TMUS T-Mobile: 1.5% Bank of America ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น "Buy" 🔴 TOP LOSERS $ZIM ZIM Integrated Shipping: -6.8% ปรับตัวลงหลังมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่อิสราเอลคัดค้านการขายกิจการของ Hapag-Lloyd $MSTR MicroStrategy: -2.2% รายงานผลขาดทุนจากสินทรัพย์ดิจิทัลในไตรมาส 2 และมีการขาย Bitcoin ออกมาบางส่วน $DDOG Datadog: -1.8% Bernstein ปรับลดคำแนะนำจาก "Outperform" เป็น "Market Perform"
1
127
Pumkin539 🎃 🤍🛡️48🌸💚🦋🍫🐸🧈🍹 retweeted
invxsecurities
☀️ Update ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ โดย INVX 🌏 ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น นำโดยเกาหลีใต้ หลังแรงซื้อหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์กลับมา จากสัญญาณอุปสงค์ AI ที่ยังแข็งแกร่ง ขณะที่ราคาน้ำมันอ่อนตัวช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อ 📈 เกาหลีใต้ 0.93% 📉 ญี่ปุ่น -0.27% 📈 ออสเตรเลีย 0.06% 🇺🇸 US Futures S&P 500 Futures 0.5% Nasdaq 100 Futures 1.2% ▶ ตลาดสหรัฐฯ ได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นเทคโนโลยี ก่อนเข้าสู่ฤดูกาลประกาศผลประกอบการ =========================== ภาพรวมตลาดและปัจจัยมหภาค ▶ MSCI Asia Pacific Index 0.3% ฟื้นตัวตามแรงซื้อหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก หลังความกังวลต่อธีม AI เริ่มคลี่คลาย ▶ Hon Hai (Foxconn) รายงานยอดขายไตรมาส 2 ดีกว่าคาด พร้อมระบุว่าอุปสงค์เซิร์ฟเวอร์ AI ยังขยายตัวต่อเนื่อง ▶ ราคาน้ำมัน Brent ลดลงสู่บริเวณ 71.6 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังการส่งออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซฟื้นตัว และ OPEC เตรียมเพิ่มกำลังการผลิตในเดือนหน้า =========================== 🇯🇵 ตลาดญี่ปุ่น (Nikkei) -0.27% ▶ ตลาดปรับลงเล็กน้อย แม้หุ้นบางส่วนในกลุ่มอุตสาหกรรมและเครื่องจักรฟื้นตัว ขณะที่หุ้นเซมิคอนดักเตอร์ยังเผชิญแรงขายทำกำไร ▶ หุ้นที่ปรับขึ้น: 7011.T (Mitsubishi Heavy Industries) 6.14% 5803.T (Fujikura) 0.86% ▶ หุ้นที่อ่อนตัว: 6525.T (Kokusai Electric) -7.25% 6976.T (Taiyo Yuden) -6.88% 6981.T (Murata Manufacturing) -5.23% 9984.T (SoftBank Group) -3.21% 3436.T (SUMCO) -1.43% 285A.T (Kioxia Holdings) -1.01% 8035.T (Tokyo Electron) -0.75% 6857.T (Advantest) -0.09% ▶ เงินเยนอ่อนค่าต่อเนื่อง โดย Goldman Sachs ปรับคาดการณ์เป็น 165 เยน/ดอลลาร์ในอีก 12 เดือน =========================== 🇰🇷 ตลาดเกาหลีใต้ (KOSPI) 0.93% ▶ ตลาดฟื้นตัว นำโดยหุ้นเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม หลังนักลงทุนกลับเข้าซื้อหุ้นหน่วยความจำจากสัญญาณอุปสงค์เซิร์ฟเวอร์ AI ที่แข็งแกร่ง 005930.KS (Samsung Electronics) 3.15% 005935.KS (Samsung Electronics Preferred) 3.37% 000660.KS (SK Hynix) 0.99% ▶ หุ้นที่ปรับขึ้นเด่น: 042660.KS (Hanwha Ocean) 8.42% 028260.KS (Samsung C&T) 3.58% 402340.KS (SK Square) 3.34% 005380.KS (Hyundai Motor) 3.05% ▶ หุ้นที่อ่อนตัว: 009150.KS (Samsung Electro-Mechanics) -4.27% 036930.KQ (Jusung Engineering) -2.13% ▶ มีรายงานว่า Samsung Electronics เตรียมปรับขึ้นราคา DRAM เฉลี่ยราว 20% ในไตรมาส 3 สะท้อนอุปสงค์ที่ยังแข็งแรง =========================== 👀 ประเด็นที่ต้องติดตาม ▶ ผลประกอบการไตรมาส 2 ของกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อประเมินว่าเม็ดเงินลงทุน AI สามารถแปลงเป็นรายได้และกำไรได้มากเพียงใด ▶ รายงานการประชุม Fed และการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีและ 30 ปี ▶ แนวโน้มราคา DRAM และ HBM หลัง Samsung มีแผนปรับขึ้นราคา ▶ ทิศทางราคาน้ำมัน หลัง OPEC ส่งสัญญาณเพิ่มกำลังการผลิต ขณะที่สถานการณ์ตะวันออกกลางยังต้องติดตาม =========================== 📌 Source: Bloomberg, CNBC 📱 ดาวน์โหลดแอปและเปิดบัญชีวันนี้ 👉 innovestx.onelink.me/23if/ap… 📰 ติดตามบทวิเคราะห์การลงทุน 👉 innovestx.co.th/cafeinvest #INVX #InnovestX #INVXStrategyResearch #หุ้นเอเชีย #Nikkei #KOSPI #AI #Semiconductor
9
19
2,254
th_liberator
ลงทุนระยะยาว สินทรัพย์ไหนคือคำตอบ และเหมาะกับเราจริงๆ? | Liberator เวลาตั้งเป้าหมายจะ "ลงทุนระยะยาว" คำถามที่มักจะเกิดขึ้นคือ "ซื้ออะไรดี?" หุ้นอเมริกา? หุ้นไทย? หรือกองทุน? ในความเป็นจริง โลกการเงินไม่มีจอกศักดิ์สิทธิ์ ที่เป็นคำตอบตายตัวสำหรับทุกคนครับ สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด อาจไม่ใช่สินทรัพย์ที่ดีที่สุดเสมอไป หากมันไม่สอดคล้องกับความถนัดของเรา หัวใจสำคัญของการเลือกสินทรัพย์ให้ "เหมาะกับเราจริงๆ" คือการจับคู่เป้าหมาย ทักษะ และจุดแข็ง ที่เรามีเข้าด้วยกัน ลองมาสแกนดูกันครับว่า การจัดพอร์ตแบบไหนที่จะดึงศักยภาพของเราออกมาได้ดีที่สุด 1. สินทรัพย์สายเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Tech & Quality Growth) เหมาะกับ : คนที่มองเห็นภาพอนาคต เข้าใจวงจรการทำงานของเทคโนโลยี และรับความผันผวนได้สูงเพื่อแลกกับผลตอบแทน (Capital Gain) ก้อนใหญ่ ทำไมถึงใช่ : โลกการลงทุนยุคใหม่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง การเลือกลงทุนในบริษัทที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของ AI, Cloud หรือ Semiconductor ที่มีป้อมปราการทางธุรกิจ (Economic Moat) แข็งแกร่ง จะให้ผลตอบแทนที่สูงแต่ก็แลกมากับความเสี่ยงที่สูงด้วยเช่นกัน 2. กองทุนดัชนี (Index ETF) แบบ Systematic DCA เหมาะกับ : คนที่ต้องการให้เงินทำงานแทนแบบเต็มรูปแบบ เน้นความสม่ำเสมอ และเชื่อมั่นในสถิติการเติบโตของตลาดโลกมากกว่าการคาดเดาจังหวะ ทำไมถึงใช่ : ข้อมูลเชิงปริมาณพิสูจน์มาแล้วว่า การลงทุนแบบถัวเฉลี่ย (DCA) ในดัชนีระดับโลกอย่าง S&P 500 หรือ Nasdaq-100 สามารถเอาชนะการเลือกหุ้นรายตัวได้ในระยะยาว เป็นการปล่อยให้ระบบคัดกรองหุ้นที่อ่อนแอทิ้งไป และเก็บเฉพาะหุ้นที่แข็งแกร่งไว้ในพอร์ตโดยอัตโนมัติ 3. ตลาดอนุพันธ์ (TFEX) และ Systematic Trading เหมาะกับ : คนที่มีตรรกะและทักษะในการจัดการข้อมูลตัวเลข รวมถึงผู้ที่ต้องการเครื่องมือที่ยืดหยุ่นในการบริหารความเสี่ยง (Hedging) ทำไมถึงใช่: สำหรับสนามนี้ ทักษะระดับ Certified Professional Data Analyst และการทำงานร่วมกับกลุ่ม Quantitative Finance คืออาวุธที่ทรงพลังที่สุด คุณสามารถนำความรู้ด้าน Data มาวิเคราะห์หาความน่าจะเป็น (Probability) ทำ Backtest กลยุทธ์ในอดีต หรือแม้แต่ใช้ Python เขียนสคริปต์ดึง API เพื่อสร้างระบบเทรดอัตโนมัติ (Algorithmic Trading) สินทรัพย์กลุ่มนี้จึงเป็นพื้นที่ปล่อยของชั้นเยี่ยมในการสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (Alpha) ให้กับพอร์ตรวมอย่างเป็นระบบ สินทรัพย์ที่ "ใช่" ที่สุด คือสินทรัพย์ที่คุณเข้าใจกลไกของมันอย่างถ่องแท้ สามารถดึงทักษะความถนัดของตัวเองมาสร้างข้อได้เปรียบ และถือมันได้โดยไม่ตื่นตระหนก พอร์ตระยะยาวที่เหมาะกับเรา มักเกิดจากการจัดสรรเงิน (Asset Allocation) ที่สมดุล เช่น การใช้กองทุน ETF เป็นแกนหลัก (Core) เพื่อความมั่นคง และแบ่งสัดส่วนมาลงทุนหุ้นรายตัวเพื่อเพิ่มผลตอบแทน (Satellite) ครับ --- ❝ ปลดล็อกศักยภาพทางการเงินให้คุณ ❞ #Liberator แพลตฟอร์มการลงทุน  ที่พร้อมสนับสนุนคนไทยให้มีอิสระทางการเงิน
122
AsiaPlusGroup
📊กองทุนแนะนำประจำเดือนกรกฎาคม 2569 Core Portfolio • MGALL-UH กลยุทธ์ All Weather ทนทานต่อทุกสภาวะเศรษฐกิจ • KT-ARE กลยุทธ์ Long/Short หุ้น สร้างผลตอบแทนแบบไม่สัมพันธ์กับทิศทางตลาด • ASP-PHF-UI ลงทุนในกองทุนเฮดจ์ฟันด์ Point72 กลยุทธ์ Multi-Strategy มุ่งสร้างผลตอบแทนเป็นบวกในทุกสภาวะตลาด Satellite Portfolio • ASP-MAG7-AI เน้นลงทุนหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำ 7 นางฟ้าที่มีอิทธิพลสูงระดับโลก • A-HUMANOID เน้นลงทุนในผู้นำเทคโนโลยี Humanoid และ Embodied AI • KT-TECHNOLOGY-A เน้นลงทุนในบริษัทกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลก 👉🏼ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก : bit.ly/4folJ0v คำเตือน : การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูล และทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนของกองทุนและความเสี่ยงจากหนังสือชี้ชวน ก่อนตัดสินใจลงทุน อีกทั้งผลตอบแทนที่เคยเกิดขึ้นในอดีตของกองทุนไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หมายเหตุ : บล.เอเซีย พลัสฯ ให้บริการแนะนำและดำเนินการซื้อขายหน่วยลงทุนในฐานะตัวแทน โดยได้รับค่าธรรมเนียม Trailer Fee จากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมทางอ้อมที่ผู้ลงทุนได้ชำระผ่านค่าธรรมเนียมการจัดการแล้ว โดยบริษัทฯไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากผู้ลงทุน บริษัทฯ ยึดถือประโยชน์ผู้ลงทุนเป็นสำคัญ และดำเนินงานตามนโยบายการจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) เพื่อความโปร่งใสและความเป็นธรรม ผู้ลงทุนศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ asiaplusgroup.co.th/upload/c… #ASIAPLUS #เอเซียพลัส #50YearsAsiaPlus #กองทุน #กองทุนแนะนำ #ลงทุนกองทุน
1
58
Eig_Banphot
รู้จัก Core Scientific เจ้าของที่ดินยุค AI⁣ ⁣ Core Scientific หุ้นที่เคยล้มละลาย...แต่กำลังกลับมาเป็น "เจ้าของที่ดินแห่งยุค AI"⁣ ⁣ ถ้าพูดถึงหุ้น AI หลายคนคงนึกถึง NVIDIA, CoreWeave หรือ Nebius แต่ยังมีอีกบริษัทหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะไม่ได้ขายชิป ไม่ได้ให้เช่า GPU แต่เลือกทำธุรกิจที่เรียบง่ายกว่า นั่นคือ การให้เช่าศูนย์ข้อมูลและพลังงาน⁣ ⁣ บริษัทนั้นคือ Core Scientific (NASDAQ: CORZ)⁣ ⁣ หลายคนอาจจำบริษัทนี้ได้ในฐานะเหมือง Bitcoin ที่เคยล้มละลายช่วงตลาดคริปโตปี 2022 แต่วันนี้ CORZ กำลังเปลี่ยนตัวเองครั้งใหญ่ จาก "นักขุด Bitcoin" สู่ "เจ้าของโครงสร้างพื้นฐาน AI"⁣ ⁣ =========⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣ 📷 “หุ้นไทย” หนังสือจากพี่เบียร์ วนนท์ วรรณป้าน — เทรดเดอร์ตัวจริงที่กลั่นประสบการณ์กว่า 10 ปี ถ่ายทอดร่วมกับ อิก บรรพต⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣ ⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣ 📷 สามารถสั่งซื้อ หนังสือ หุ้นไทย ได้แล้ววันนี้⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣ ⁣ =========⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣⁣ 📷 จากเหมือง Bitcoin สู่เจ้าของ Data Center⁣ ⁣ เดิมทีรายได้หลักของ Core Scientific มาจากการขุด Bitcoin แต่เมื่อกระแส AI ระเบิด ความต้องการศูนย์ข้อมูลและไฟฟ้ากลายเป็นสินทรัพย์ที่มีค่ามากกว่าเครื่องขุด บริษัทจึงเริ่มเปลี่ยนธุรกิจอย่างจริงจัง⁣ ⁣ แทนที่จะซื้อ GPU มาวิ่งเอง CORZ เลือกสร้าง Data Center และเตรียมระบบไฟฟ้าให้พร้อม จากนั้นปล่อยให้ลูกค้านำ GPU มาติดตั้งเอง พูดง่าย ๆ คือ บริษัททำหน้าที่เหมือน "เจ้าของอาคาร" ที่ปล่อยเช่าพื้นที่ให้บริษัท AI รายใหญ่เข้ามาดำเนินธุรกิจ⁣ ⁣ 📷 จุดเปลี่ยนสำคัญ คือสัญญากับ CoreWeave⁣ ⁣ สิ่งที่ทำให้นักลงทุนหันกลับมาสนใจ CORZ คือสัญญาเช่าระยะยาวกับ CoreWeave มูลค่ารวมมากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ ระยะเวลา 12 ปี ให้เช่าศูนย์ข้อมูลรวม 590 เมกะวัตต์ เป็นสัญญาแบบ Take-or-Pay ที่สร้างความมั่นคงของรายได้ในระยะยาว⁣ ⁣ นอกจากนี้ CoreWeave ยังเป็นผู้รับผิดชอบค่าไฟฟ้า และช่วยลงทุนค่าก่อสร้างบางส่วน ทำให้ Core Scientific ไม่ต้องแบกรับต้นทุนทั้งหมดเอง⁣ ⁣ 📷 สิ่งที่ CORZ ขาย ไม่ใช่ GPU แต่คือ "ไฟฟ้า"⁣ ⁣ หลายคนมองว่าการแข่งขัน AI คือการแข่งขันเรื่องชิป แต่ความจริงแล้ว สิ่งที่ขาดแคลนไม่แพ้กันคือ พื้นที่ Data Center กำลังไฟฟ้า และระบบระบายความร้อน⁣ ⁣ สิ่งเหล่านี้ใช้เวลาสร้างหลายปี และเป็นข้อจำกัดสำคัญของอุตสาหกรรม AI⁣ ⁣ CORZ จึงกำลังกลายเป็นผู้ถือครองสินทรัพย์ที่หาได้ยากที่สุดในยุคนี้⁣ ⁣ 📷 จุดแข็งของ Core Scientific⁣ ⁣ 📷 มีศูนย์ข้อมูลกระจายหลายรัฐในอเมริกา⁣ ⁣ 📷 มีสัญญารายได้ระยะยาวกับ CoreWeave⁣ ⁣ 📷 ไม่ต้องเสี่ยงซื้อ GPU ที่เสื่อมเร็ว⁣ ⁣ 📷 มีแผนขยายกำลังไฟฟ้าไปสู่ระดับหลายกิกะวัตต์ในอนาคต⁣ ⁣ หากแผนทั้งหมดสำเร็จ บริษัทอาจกลายเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน AI รายใหญ่ของอเมริกา⁣ ⁣ 📷 แต่ก็มีความเสี่ยงที่ต้องรู้⁣ ⁣ แม้ภาพระยะยาวจะน่าสนใจ แต่ CORZ ยังมีความเสี่ยงหลายด้าน ทั้งการพึ่งพา CoreWeave สูงมาก ภาระหนี้สินจำนวนมาก และการที่ธุรกิจยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากรายได้ Bitcoin ไปสู่รายได้จาก AI ทำให้ผลประกอบการยังมีความผันผวน⁣ ⁣ 📷 แล้ว CORZ ต่างจาก CoreWeave ยังไง?⁣ ⁣ หลายคนมักสับสนระหว่างสองบริษัทนี้⁣ ⁣ CoreWeave คือผู้ให้บริการ GPU Cloud⁣ ⁣ Core Scientific คือผู้ให้เช่า Data Center และระบบไฟฟ้า⁣ ⁣ พูดง่าย ๆ คือ CoreWeave เป็น "ผู้เช่า" ส่วน Core Scientific เป็น "เจ้าของอาคาร"⁣ ⁣ 📷 สรุป⁣ ⁣ Core Scientific ไม่ใช่หุ้น AI ที่ขายเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่กำลังสร้างธุรกิจที่เปรียบเหมือน "เจ้าของทางด่วน" ของอุตสาหกรรม AI⁣ ⁣ หากความต้องการศูนย์ข้อมูลยังเติบโตต่อ บริษัทอาจได้รับประโยชน์อย่างมากจากการถือครองพื้นที่และกำลังไฟฟ้าที่มีจำกัด แต่ในอีกด้าน นักลงทุนก็ต้องยอมรับความเสี่ยง ทั้งภาระหนี้ การพึ่งพาลูกค้ารายใหญ่ และการเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจเหมือง Bitcoin ไปสู่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน AI⁣ ⁣ ดังนั้น CORZ จึงเป็นหุ้นที่มีทั้งโอกาสเติบโตสูง และความผันผวนสูงเช่นกัน นักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าของการขยายศูนย์ข้อมูล การเพิ่มลูกค้ารายใหม่ และการลดการพึ่งพา CoreWeave อย่างใกล้ชิด 📷⁣ ⁣ #หุ้นไทย #BeerVanon #TAMEIG #EIG #ลงทุนเพราะอยากมีเงินใช้ตลอดชีวิต
3
2
1,310
kun_purich
**🚨 ระเบิด! นักลงทุนเทคบุกไม่ยั้ง เงินไหลเข้า Tech Funds สหรัฐ $14.3 พันล้านใน 1 สัปดาห์ สู่สถิติอันดับ 2 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เป้า $152 พันล้านปี 2026 ใกล้เป็นจริง!** **BREAKING:** กองทุนเทคโนโลยีสหรัฐ (US Technology Funds) รับเงินไหลเข้า ** $14.3 พันล้าน** ในสัปดาห์สิ้นสุด 1 กรกฎาคม 2026 ซึ่งเป็น **การไหลเข้าสัปดาห์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 สูงสุดตลอดกาล** ตามข้อมูลจาก BofA Global Investment Strategy และ EPFR ตัวเลขนี้เกิดขึ้นหลังจากสัปดาห์ก่อนหน้าที่มี outflow -$9.3 พันล้าน และ 2 สัปดาห์ก่อนหน้านั้นมี inflow สถิติสูงสุด ** $19.2 พันล้าน** ส่งผลให้ **ค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์** พุ่งทะยานเป็นสถิติใหม่ที่ ** $9.0 พันล้าน** ต่อสัปดาห์ **ยิ่งไปกว่านั้น** Tech Funds กำลังเดินหน้าสู่การไหลเข้าทั้งปี ** $152 พันล้าน** ในปี 2026 ซึ่งจะเป็นสถิติสูงสุดตลอดกาลอย่างแท้จริง ในขณะเดียวกัน **US Equity Funds โดยรวม** กลับมี outflow หนักถึง **-$17.2 พันล้าน** ในสัปดาห์เดียวกัน ซึ่งเป็นการถอนเงินรายสัปดาห์ที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา **สรุปชัด ๆ:** นักลงทุนกำลัง **หมุนเงิน (Rotation) เข้าเทคโนโลยีแบบดุเดือด** โดยดึงเงินออกจากกองทุนหุ้นทั่วไปแล้วเทใส่ Tech Funds โดยตรง **จากกราฟ BofA** จะเห็น spike การไหลเข้าที่พุ่งทะลุกราฟอย่างรุนแรงในช่วงปลายไทม์ไลน์ (วงกลมแดง) ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลล่าสุดนี้พอดี ### การวิเคราะห์เจาะลึก (Deep Analysis) **1. ปัจจัยขับเคลื่อนหลัก: AI Boom ยังไม่หยุด** Big Tech กำลังทุ่มทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างมหาศาล - Microsoft, Amazon, Alphabet (Google) และ Meta คาดว่าจะใช้จ่าย **รวมกันกว่า $600-750 พันล้าน** ในปี 2026 (เพิ่มขึ้น 70-80% จากปีก่อน) เพื่อสร้าง Data Center, GPU, Power Infrastructure และระบบระบายความร้อน - ความต้องการชิป AI จาก Nvidia และห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องยังพุ่งไม่หยุด - Inflow เข้า Tech Funds เพิ่มขึ้นเกือบ **3 เท่า** ตั้งแต่กลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา **2. Sentiment ดีขึ้นจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์** ความคืบหน้าในการผ่อนคลายความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน (รวมถึงการเปิดช่องแคบ Hormuz) ช่วยลดความเสี่ยงด้านพลังงานและทำให้ตลาดหุ้น โดยเฉพาะเทค ฟื้นตัวเร็วในช่วงปลายเดือนมิถุนายน-ต้นกรกฎาคม **3. Rotation ชัดเจนและดุเดือด** ขณะที่ US Equity Funds โดยรวม outflow $17.2 พันล้าน นักลงทุนกลับเทเงินเข้า Tech Funds $14.3 พันล้าน → นี่คือ **การหมุนเงินจากหุ้นทั่วไป → เทคโนโลยีโดยตรง** แบบชัดเจนที่สุดในรอบหลายเดือน → สะท้อนว่า “เงินยังอยู่ในตลาด แต่เลือกที่จะอยู่กับผู้ชนะชัดเจนที่สุดในยุค AI” **4. ความเสี่ยงที่ต้องจับตา** - ความผันผวนสูงมาก (จาก $19.2B → -$9.3B ใน 2 สัปดาห์ติดกัน) - Concentration Risk สูง เพราะเงินกระจุกตัวในเทคหนัก - Valuation ของหุ้นเทคขนาดใหญ่ยังอยู่ในระดับสูง - หาก AI hype ชะลอหรือมีข่าวลบด้าน regulation/การแข่งขัน อาจเห็น outflow กลับมาเร็ว **โดยรวม** ข้อมูลนี้ตอกย้ำว่า **ปี 2026 กำลังเป็นปีทองของเทคโนโลยี** หาก AI ยังเดินหน้าต่อเนื่อง โดยเฉพาะหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ Data Center, Semiconductor, Cloud Computing และ AI Infrastructure --- **คุณคิดว่า Tech Funds จะทำสถิติ $152 พันล้านได้จริงในปีนี้หรือไม่?** **หุ้นเทคตัวไหนที่คุณถือหรืออยากซื้อเพิ่มในช่วงนี้?** คอมเมนต์บอกกันหน่อยครับ 👇 **กด Like ❤️ Share** ให้เพื่อนที่สนใจตลาดหุ้นและ AI ได้เห็น **ติดตามเพจ** เพื่อรับข่าวตลาดสด วิเคราะห์เจาะลึกแบบนี้ทุกวัน! **#TechFunds #AIStocks #FundFlows #BofA #EPFR #ตลาดหุ้นสหรัฐ #Nasdaq #NVDA #หุ้นเทคโนโลยี #AI2026 #Rotation #DataCenter #BigTechCapex**
1
11
2,238
naklongpoong
🚨 ซื้อไม่พักเลย!! $ONDS บรรลุข้อตกลงควบรวม DZYNE ยกระดับอุตสาหกรรมโดรนทหารและเทคโนโลยีไร้คนขับ มูลค่าดีลเฉียด 876 ล้านดอลลาร์ มูลค่าและโครงสร้างดีล: Ondas เข้าซื้อกิจการ DZYNE Technologies (ผู้ผลิตโดรนอัตโนมัติและระบบป้องกันประเทศ) ด้วยมูลค่ารวม 875.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยจ่ายเป็นเงินสด 200 ล้านดอลลาร์ และส่วนที่เหลือประมาณ 675 ล้านดอลลาร์จะจ่ายเป็นหุ้นของ Ondas (ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนหุ้นนี้ จะติดเงื่อนไขห้ามขาย หรือ Lock-up เป็นเวลา 6 เดือน) ประมาณการรายได้ของ DZYNE: คาดการณ์รายได้ปี 2026 อยู่ที่ 191 ล้านดอลลาร์ และจะเติบโตสู่ 300 ล้านดอลลาร์ในปี 2027 Ondas ปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้รวม: จากการควบรวมกิจการทั้ง DZYNE และ Omnisys (ดีลซอฟต์แวร์กลาโหมก่อนหน้านี้) ส่งผลให้ Ondas ปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้ปี 2026 ขึ้นเป็น 525 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเดิมที่เคยตั้งเป้าไว้ที่ 390 ล้านดอลลาร์
141
naklongpoong
BofA Securities คงคำแนะนำ $GLW ที่ Buy ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น $243 ความเห็นจากนักวิเคราะห์ "ความร้อนแรงของหุ้น Corning ในช่วงนี้ ส่วนใหญ่มาจากแนวโน้มที่แข็งแกร่งของธุรกิจสายสัญญาณและอุปกรณ์แสง (Optical) ซึ่งได้ประโยชน์เต็มๆ จากการสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั้งการเพิ่มพลังประมวลผล การขยายเครือข่าย และการเชื่อมต่อระบบเข้าด้วยกัน นอกจากนี้บริษัทยังมีความคืบหน้าในการพัฒนาเทคโนโลยีแพ็กเกจจิ้งชิปขั้นสูง โดยเฉพาะการใช้แผ่นรองฐานด้วยกระจก (Glass substrates) ที่คาดว่าจะมาในช่วงปี 2029 ถึง 2030 รวมถึงเทคโนโลยี GlassBridge ที่ช่วยให้การจัดเรียงสายไฟเบอร์ความหนาแน่นสูงทำได้ง่ายขึ้นในยุคของเทคโนโลยี Co-packaged optics แม้ว่าโครงการเหล่านี้จะยังไม่เห็นผลจนเปลี่ยนตัวเลขรายได้ในระยะสั้นแบบทันตาเห็น แต่ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยบวกที่จะช่วยหนุนแผนงาน SpringBoard ให้เติบโตได้สูงขึ้น และช่วยเพิ่มมูลค่าหุ้นในระยะยาว เราจึงยืนยันคำแนะนำซื้อ จากรายได้ฝั่งธุรกิจสายสัญญาณแสงที่มีโครงสร้างเติบโตชัดเจนขึ้น และกำไรจากการดำเนินงานที่จะเพิ่มเข้ามาจากลูกค้ารายใหม่ๆ ในตลาด พร้อมกันนี้เราได้ปรับเพิ่มประมาณการ โดยขยับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น $243 อิงจาก P/E 37 เท่าของกำไรต่อหุ้นปี 2028 ที่ $6.50 จากเดิมที่ตั้งไว้ $223 อิงจากกำไรต่อหุ้นปี 2028 ที่ $5.95 เพื่อสะท้อนความต้องการสินค้ากลุ่มสายสัญญาณแสงที่แข็งแกร่งขึ้นในระยะกลาง" นักวิเคราะห์ Wamsi Mohan
4
163
bualuangsec
* SET ปิดบวกสดใส 0.35% แตะ 1,616.88 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขายกว่า 6.6 หมื่นล้านบาท! แรงซื้อเด่นมาจากกลุ่ม Domestic Play ทั้งโรงไฟฟ้า อาหาร และหุ้นได้อานิสงส์บาทอ่อนค่า * แม้หุ้นแบงก์จะเจอกับแรงขายทำกำไร หลังพุ่งมาหนักก่อนหน้า แต่กระแสเงินทุนที่หมุนออกจากหุ้นเทคโนโลยี ก็ช่วยหนุนตลาดโดยรวมให้ยังไปต่อได้ * พรุ่งนี้ตลาดคงแกว่งตัวรอจับตาคำวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ในวันที่ 9 ก.ค.นี้ พร้อมลุ้นผลประกอบการแบงก์ แนวรับ 1,590 จุด แนวต้าน 1,620 จุด 📈 #SET #หุ้นไทย #ลงทุนวันนี้ ที่มา: BLS Market Update
345
naklongpoong
$AVEX ได้รับสัญญาเพิ่มมูลค่า 17.5 ล้านดอลลาร์ สนับสนุนภารกิจความมั่นคงสหรัฐฯ AEVEX Aerospace ได้รับสัญญา “follow-on contract” มูลค่า 17.5 ล้านดอลลาร์ ภายใต้ธุรกิจ Global Solutions เพื่อให้บริการต่อเนื่องด้านภารกิจที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ → สัญญานี้เป็นงานต่อยอด (follow-on) หมายถึงบริษัทเดิมที่เคยทำงานอยู่แล้ว และได้รับการต่อสัญญา/ขยายงานเพิ่มเติม → เน้นบริการด้านภารกิจที่ต้องใช้ความแม่นยำสูง (mission-focused services) เพื่อสนับสนุนเป้าหมายด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ จุดเด่นของธุรกิจ Global Solutions ของ AEVEX รวมเทคโนโลยี ความเชี่ยวชาญหลายด้าน (multi-domain expertise) เป้าหมายคือการแปลง “ข้อมูลซับซ้อน” ให้กลายเป็น “ข้อมูลเชิงปฏิบัติการ” (actionable insight) สำหรับภารกิจที่ต้องตัดสินใจรวดเร็ว ผลกระทบต่อหุ้น ราคาหุ้นปรับขึ้นประมาณ 3% ในช่วง pre-market วันจันทร์ ตลาดตอบรับเชิงบวกต่อการได้งานใหม่ที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐและความมั่นคง ซึ่งมักเป็นรายได้ที่ค่อนข้างเสถียร
96
moneynbankingch
โดยเฉพาะตลาดที่ไม่มีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นหลัก โดยการเคลื่อนไหวยังเป็นลักษณะหมุนเงินออกจากหุ้นเทคฯ เข้ากลุ่มบริโภคในประเทศ
1
23
moneynbanking
ตลาดหุ้นฮ่องกงปรับตัวขึ้นโดดเด่น จากแรงซื้อกลับในหุ้นจีนและกลุ่มเทคโนโลยี หลังนักลงทุนมีมุมมองเชิงบวกต่อธุรกิจ AI ของจีน แม้ภาพรวมตลาดยังจับตาผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ทั่วโลก
1
1
120
moneynbanking
ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเคลื่อนไหวทรงตัว หลังนักลงทุนชะลอการลงทุนเพื่อรอฤดูกาลประกาศผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยี แม้หุ้นกลุ่ม AI ยังได้รับความสนใจ ขณะที่ค่าเงินเยนอ่อนค่าใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์
1
126
naklongpoong
อัปเดตพอร์ต Black Panther Capital เดือนมิถุนายน 2026 Black Panther Capital นักลงทุนบน X อัปเดตพอร์ตลงทุนที่สะท้อนภาพชัดมากว่า “เดือนมิถุนายนคือเดือนพักฐานของกลุ่ม AI และเทคโนโลยี” แต่ในภาพใหญ่ทั้งปียังแข็งแกร่งมาก โดยภาพรวม Black Panther ย้ำชัดว่าเดือนนี้เป็นช่วงที่ตลาดโดนแรงขายทำกำไร (profit taking) ในกลุ่มเทคและ AI ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมอื่นอย่าง industrials, financials และ healthcare กลับทำผลงานได้ดีกว่า ซึ่งเขามองว่าเป็น “rotation ปกติของตลาด” ไม่ใช่การจบธีม AI ผลตอบแทนพอร์ต Long-Term Portfolio ผลตอบแทนเดือนมิถุนายน: -21.33% ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี (YTD): 50.07% Short-Term Portfolio ผลตอบแทนเดือนมิถุนายน: -10.78% ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี (YTD): 167.07% เขาเน้นชัดว่า แม้เดือนเดียวจะติดลบแรง แต่ถ้ามองทั้งปี พอร์ตยังวิ่งเหนือดัชนีแบบมีนัยสำคัญ และยังอยู่ในแนว “conviction-based investing” หรือการถือจากความเชื่อในธีมระยะยาว ไม่ใช่การเทรดระยะสั้นตามราคา พอร์ตระยะยาว (Long-Term Portfolio) $OUST ขยับขึ้นมาเป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุดในพอร์ตที่ 20.2% แต่ Black Panther บอกว่าไม่ได้ซื้อเพิ่มเลย เป็นเพราะราคาวิ่งขึ้นเองล้วนๆ มองว่าธีมระบบอัตโนมัติยังเป็นเกมระยะยาว และยังสบายใจกับน้ำหนักที่ถืออยู่ $NBIS ยังเป็นหนึ่งในตำแหน่งใหญ่ที่สุดที่ 19.2% และไม่คิดจะเปลี่ยนแปลง มองว่าการปรับฐานในเดือนมิถุนายนเป็นแค่ noise เทียบกับพื้นฐานที่แข็งแรง เพราะรายได้ไตรมาสแรกอยู่ที่ 399 ล้านดอลลาร์ โต 684% เทียบปีต่อปี ตัวเลขขนาดนี้ไม่สนใจอารมณ์ตลาดหรอก $RKLB เดือนพฤษภาคมเคยพุ่งแรงมาก พอเข้ามิถุนายนก็คืนกำไรบางส่วนตามกลุ่มอวกาศที่เย็นลงหลัง IPO ของ SpaceX ผ่านพ้นกระแส แต่ Black Panther ไม่กังวลเลย เพราะ pipeline สัญญายังแข็งแกร่งกว่าที่เคย มองว่าอวกาศคือเรื่องหลายปี ไม่ใช่เรื่องรายเดือน $IREN เดือนนี้น่าหงุดหงิดที่สุด sentiment กลับด้านในระยะสั้นจนราคาโดนกดหนัก แต่ Black Panther อดใจไม่ไหวและเติมเพิ่มระหว่างที่ราคาย่อ เพราะมองว่ากราฟยังดูดีมาก และพื้นฐานเรื่องพลังงานกับโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังไม่เปลี่ยน ยอมรับตรงๆ ว่าหุ้นตัวนี้รู้สึกอึดอัดมากในตอนนี้ แต่บางทีการลงทุนที่ดีที่สุดก็คือการลงทุนที่ทำให้อึดอัดที่สุด $CIFR ถือต่อเนื่อง มองว่าการเปลี่ยนผ่านไปสู่โครงสร้างพื้นฐาน AI compute ต้องใช้เวลา เดือนมิถุนายนไม่ได้ทำให้มุมมองเปลี่ยน $ONDS ติดลบราว 15% และผลงานยังตามหลังตลาดตอนนี้ Black Panther ยอมรับตรงๆ แต่ก็ชี้ว่าการดำเนินงานยังดีอยู่ รายได้ไตรมาสแรกโตขึ้นสิบเท่าเทียบปีต่อปีแตะ 50.1 ล้านดอลลาร์ และบริษัทปรับเป้าทั้งปีขึ้นเป็นอย่างน้อย 390 ล้านดอลลาร์ บางทีราคากับพื้นฐานก็แยกทางกันชั่วคราว เคยเจอแบบนี้มาก่อน ตอนนี้ไม่เติมเพิ่ม แต่ก็ยังถือต่อ $KRKNF ก็ตามหลังตลาดเช่นกัน ติดลบ 20% กลุ่มหุ้นกลาโหมในเดือนมิถุนายนออกมาผสมกัน แต่ธีมเรื่องแบตเตอรี่ใต้น้ำและโซนาร์ยังอยู่ครบ มองเป็นเรื่องหลายปี ไม่ใช่รายเดือน ยังถือและเติมเพิ่ม $AAOI สัดส่วน 7.1% Black Panther พูดตรงๆ ว่าถ้า $ONDS กับ $KRKNF ไม่ติดลบหนักขนาดนี้ คงย้ายน้ำหนักมาเพิ่มที่ตัวนี้แล้ว เพราะมองว่าดีมานด์ optical interconnect สำหรับ data center ของ AI เป็นเรื่องจริง และอยากเพิ่มน้ำหนักหุ้นขึ้นในอนาคต พอร์ต Short-Term (ธีมอวกาศ) $ASTS ครองสัดส่วนถึง 55% เหตุการณ์จรวดของ Blue Origin ระเบิดปลายเดือนพฤษภาคมทำให้กลุ่มอวกาศสั่นสะเทือนช่วงสั้นๆ แต่ ASTS ดีดตัวกลับแรงมาก บริษัทมีเงินสด in-hand 3.5 พันล้านดอลลาร์ มีรายได้ตามสัญญาแล้วกว่า 1.2 พันล้านดอลลาร์ และตั้งเป้าจะมีดาวเทียม BlueBird ในวงโคจรครบ 45 ดวงภายในสิ้นปี 2026 $PL หรือ Planet Labs เป็นหุ้นใหม่ล่าสุดที่ 44% เข้าซื้อช่วงที่กลุ่มอวกาศย่อตัวจากกระแส IPO ของ SpaceX และผลงานล่าสุดก็ออกมาดี Black Panther มองว่า guidance ที่บริษัทให้มายังระมัดระวังเกินไป และคาดว่าราคาจะค่อยๆ ไต่กลับไปหาจุดสูงสุดเดิม $SPCX เป็นแค่สัดส่วนเล็กๆ 1% ในพอร์ต เหมือนวางหมากไว้เฉยๆ มากกว่าจะเป็นความเชื่อมั่นเต็มที่ มุมมองภาพใหญ่ก่อนเข้าเดือนกรกฎาคม ภาพรวมตลาดเดือนมิถุนายน: กลุ่มเทคโนโลยีเป็นตัวฉุด จากแรงขายทำกำไรระยะสั้น ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรม การเงิน และสุขภาพกลับทำผลงานได้ดีกว่า Black Panther มองว่าการหมุนเวียนแบบนี้เป็นเรื่องปกติของตลาด ไม่ได้แปลว่าธีม AI จบแล้ว แค่เป็นการรีเซตความคาดหวัง สถิติตามฤดูกาลเดือนกรกฎาคม: ถือว่าดีมาก ย้อนหลัง 20 ปี เดือนกรกฎาคมให้ผลตอบแทนเป็นบวกถึง 80% ของเวลาทั้งหมด เฉลี่ยกำไร 2.67% ต่อเดือน ส่วนย้อนหลัง 10 ปีล่าสุดเป็นบวกทุกปี 100% สถิติต้นเดือนกรกฎาคม: ครึ่งแรกของเดือนกรกฎาคมยิ่งโดดเด่นเป็นพิเศษ นับตั้งแต่ปี 1928 ดัชนี S&P 500 ปรับขึ้นในช่วงครึ่งแรกของเดือนนี้ถึง 69% ของเวลาทั้งหมด ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 1.5% และเมื่อเป็นบวกจะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยถึง 3.2% ตัวจุดชนวนสำคัญ (Earnings Season): เดือนนี้คือฤดูประกาศผลประกอบการ โดย $GOOG จะรายงานวันที่ 22 กรกฎาคม ตามด้วย $MSFT, $META และ $AAPL ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ส่วน $AMZN จะตามมาไม่นานหลังจากนั้น FactSet คาดการณ์ว่ากำไรของ S&P 500 ในไตรมาสที่ 2 จะโตถึง 22% ซึ่งจะเป็นไตรมาสที่สองติดต่อกันที่กำไรโตเกิน 20% ถ้ากลุ่ม hyperscaler ยืนยันได้ว่าเงินลงทุน capex ด้าน AI กำลังแปลงเป็นรายได้จริง หุ้นกลุ่มเติบโตมีโอกาสกลับมาคึกคักอีกครั้ง บทสรุป มุมมองของ Black Panther: สรุปว่าการปรับฐานของกลุ่ม AI ในเดือนมิถุนายนเป็นแค่การรีเซตความคาดหวัง ไม่ใช่การเปลี่ยนธีมการลงทุน ดีมานด์เชิงโครงสร้างของโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังไม่เปลี่ยนแปลง กลุ่ม hyperscaler ยังคงทุ่มเงินระดับแสนล้านดอลลาร์เข้าสู่ data center อย่างต่อเนื่อง ตำแหน่งการลงทุนไม่เปลี่ยน ความเชื่อมั่นก็ไม่เปลี่ยนเช่นกัน การเทรดในเดือนนี้: สถิติเดือนกรกฎาคมค่อนข้างเข้าทาง Black Panther เลยเลือกจะนั่งนิ่งๆ แล้วปล่อยให้ผลประกอบการเป็นตัวพิสูจน์ มุมมองเศรษฐกิจมหภาค: คาดว่าจะเริ่มเห็นสัญญาณเงินเฟ้อชะลอตัวชัดเจนขึ้นในเดือนกันยายน แต่ก็ต้องรอดูสถานการณ์กันต่อไป
JUNE 2026 PORTFOLIO UPDATE: Numbers first. Then the breakdown. MONTHLY PERFORMANCE > Long-Term Port: -21.33% > Short-Term Port: -10.78% YTD PERFORMANCE > Long-Term Port: 50.07% > Short-Term Port: 167.07% June was a grind. The AI sector took a real hit this month and that was felt across both accounts. Still, stepping back and looking at the YTD numbers, there's nothing to complain about. Both accounts are running well ahead of anything reasonable to expect from an index despite recent dips. This is what conviction-based investing actually looks like. Not every month is up 40%. LONG-TERM PORTFOLIO — POSITION REFLECTIONS $OUST — 20.2% Quietly moved up to my largest allocation. I haven't added. This just reflects where price has taken it. The autonomous systems buildout is a long game and $OUST is well positioned in it. Still comfortable with the sizing. $NBIS — 19.2% Still one of my largest position and I have no interest in changing that. The dip in June has been noise relative to the fundamental story here. $399M in Q1 revenue, up 684% year-over-year. That number doesn't care about sentiment. $RKLB — 14.1% May was incredible for $RKLB and some of that has given back in June as the broader space sector cooled off after the SpaceX IPO buzz. Doesn't concern me at all. The contract pipeline is stronger than ever and $RKLB continues to prove it deserves its seat at the table. Space is a multi-year story. $IREN — 13.1% $IREN has been frustrating this month. Sentiment has turned against it in the short term and that's created some real pressure on the stock. But I couldn't help myself, I added more during this dip. The TA looks exceptional at these levels and the fundamental story on power AI infrastructure is unchanged. Sometimes the best trades are the uncomfortable ones. This feels very uncomfortable right now. $CIFR — 10.1% Holding. The transition thesis toward AI compute infrastructure takes time to play out. June hasn't changed my mind on this one. $ONDS — 9.1% I'm down roughly 15% and $ONDS is underperforming as of now. That's the honest truth. But the execution is still there. Q1 revenue surged tenfold year-over-year to $50.1M and full-year guidance was raised to at least $390M. Sometimes price and fundamentals disconnect for a while. I've been here before. Not adding right now, but not going anywhere either. $KRKNF — 7.1% Also underperforming in the near term, I'm down -20%. Defense names have been mixed in June. The thesis on subsea battery and sonar dominance is still intact. This is a multi-year buildout story, not a monthly one. Holding and adding. $AAOI — 7.1% Honest take — if $ONDS and $KRKNF weren't down 15-20% right now, I'd be re-allocating more toward $AAOI going forward. The optical interconnect demand for AI data centers is real and I think this position deserves to grow. Something I hope to revisit when I have more flexibility. SHORT-TERM PORTFOLIO — POSITION REFLECTIONS Two positions, both in space. $ASTS — 55% $ASTS came back into the short-term account and it's been the right call. The Blue Origin explosion in late May rattled the sector briefly but $ASTS bounced hard. The company has $3.5B in cash, $1.2B in contracted revenue, and is targeting 45 BlueBird satellites in orbit by end of 2026. Still in this with high conviction. $PL — 44% Planet Labs is the newest addition. Initiated during the SpaceX/space sector dip in and it's already working. Last quarter was strong and I think the guidance was conservative. I expect this one to move slowly back towards ATH. $SPCX — 1% Tiny starter position in the SpaceX IPO vehicle. More of a placeholder than a conviction bet right now. MACRO THOUGHTS — HEADING INTO JULY June has been the worst month for me this year. Technology and communications lagged from near-term profit taking, while industrials, financials, and healthcare outperformed. That kind of rotation is healthy it doesn't signal the end of the AI trade, it signals a reset. Now heading into July, the seasonal backdrop is as good as it gets. July has been positive 80% of the time over the last 20 years, with an average gain of 2.67%. Over the last 10 years, it's been positive 100% of the time. The first half of July stands out as one of the strongest seasonal periods of the year, since 1928, the S&P 500 has advanced 69% of the time during the first half of July, generating an average return of 1.5% and an average rally of 3.2% when positive. But the real catalyst in July is earnings. $GOOG reports July 22nd, with $MSFT, $META, and $AAPL all dropping results in the final week of July. $AMZN follows shortly after. FactSet is currently forecasting 22% earnings growth for the S&P 500 in Q2 which would mark the second straight quarter of earnings growth above 20%. If the hyperscalers confirm that AI capex is translating into real revenue, expect the growth names to come roaring back. The AI sector dip in June was an expectations reset, not a thesis break. The structural demand drivers for AI infrastructure remain intact, with hyperscalers continuing to pour hundreds of billions into data centers. My positions haven't changed. My conviction hasn't changed. July sets up well statistically. I'll sit tight, and let earnings do the talking. Final note. Looking at the macro picture as of now, I expect the first signs of disinflation to show in September. But lets see. -BP As always, this is not financial advice. Do your own research. Always.
1
330
มาร์คคือหลัวในอุดมคติ retweeted
my_nbdy
Replying to @GailBlog
ถ้าไม่มีเวลาดูแนะนำให้ลงกองทุน ETF เช่น VOO/QQQM ครับ เป็นหุ้นกองทุนเน้นเติบโตตามหุ้นเทค ถ้าโลกนี้ยังใช้เทคโนโลยี ยังไงก็โตครับ เน้น DCA รายเดือน ไม่ต้องมานั่งปวดหัวว่าควรซื้อตอนหุ้นเท่าไหร่ ซื้อได้หมด เน้นความสม่ำเสมอครับ ทำแบบนี้ทุกเดือน 5 ปี ยิ้มออกแน่นอนครับ
14
39
5,878
invxsecurities
📈 ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยตลาดพัฒนาแล้ว (DM) ได้แรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งกว่าคาด ขณะที่ตลาดเกิดใหม่ (EM) ถูกกดดันจากแรงขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี 🌍 ตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่เริ่มชะลอลง หนุนความคาดหวังต่อการดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้นของ Fed ขณะที่ราคาน้ำมันที่ปรับลดลงช่วยคลายแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ แม้การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่สิ้นสุด 🔄 ตลาดเริ่มเห็นสัญญาณ Sector Rotation ชัดเจนมากขึ้น โดยเม็ดเงินไหลเข้าสู่หุ้นกลุ่ม Laggard และ Defensive ขณะที่หุ้น AI Infrastructure มีความผันผวนมากขึ้นหลังปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นในช่วงก่อนหน้า ✨สรุปกองทุนเคาะซื้อประจำสัปดาห์ (6 - 10 ก.ค. 69) 🌏 กองทุนหุ้นเอเชีย 🇨🇳 KFCSI300-A ✅ เศรษฐกิจจีนยังส่งสัญญาณขยายตัวต่อเนื่องจากดัชนี PMI ขณะที่การลงทุนด้าน AI ยังแข็งแกร่ง หนุนแนวโน้มกำไรของหุ้นจีน A-Shares โดย Bloomberg Consensus คาด EPS Growth ปี 2026 สูงถึง 20.8% และ EPS Revision ยังเป็นบวก สะท้อนโอกาสการเติบโตในระยะถัดไป 🏭 กองทุนกลุ่มอุตสาหกรรม 💰 TUSFIN-A ✅ หุ้นการเงินสหรัฐฯ ได้แรงหนุนจาก Sector Rotation และแนวโน้มดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งเอื้อต่อการเติบโตของกลุ่มธนาคาร รวมถึงกิจกรรม IPO และการระดมทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI Infrastructure โดย FactSet คาด EPS Growth ของกลุ่ม Financials ปี 2026–2027 อยู่ที่ 10.5% และ 11.3% 🩺 TUSHEALTH-A ✅ แรงขายในหุ้น AI ทำให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่กลุ่ม Healthcare ซึ่งมี Valuation ยังไม่แพงและมีอำนาจต่อรองด้านราคาสูง ขณะที่ Bloomberg Consensus คาด EPS Growth ของกลุ่มจะเร่งตัวสู่ 18.5% ในปี 2027 และยังมีโอกาสเกิด P/E Expansion หากประมาณการกำไรถูกปรับเพิ่ม 📱 ดาวน์โหลดแอปและเปิดบัญชีวันนี้ 👉 innovestx.onelink.me/23if/ap… 📰 อ่านบทวิเคราะห์ Wealth Weekend ประจำสัปดาห์นี้ ฉบับเต็ม คลิก! 👉 innovestx.co.th/cafeinvest/s… ======================== ▶ “กองทุนเคาะซื้อ” คือกองทุนรวมที่แนะนำลงทุน ลูกค้าสามารถจับจังหวะลงทุนได้ในสัปดาห์นี้ หากมีการลงทุนข้างต้นแล้วก็สามารถถือต่อได้ และแนะนำเปิดแจ้งเตือนในแอปฯ InnovestX เพื่อรับการแจ้งเตือนหากมีการเคาะขาย 🔔 คำเตือน : กองทุนมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน กองทุนบางประเภทมีนโยบายลงทุนเฉพาะอุตสาหกรรม จึงอาจมีความผันผวนสูงกว่ากองทุนที่กระจายการลงทุน ทั้งนี้ บริษัทได้รับค่าตอบแทน (Trailer Fee) จาก บลจ. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของค่าธรรมเนียมกองทุนตามที่เปิดเผยในหนังสือชี้ชวน #InnovestX #INVX #INVXStrategyResearch #WeeklyStrategy #เคาะซื้อ
2
1,241
태비 (๋๋๋) retweeted
naklongpoong
จัดพอร์ต Big Tech รับเงินปันผลเข้าบัญชีครบทั้ง 12 เดือน หลายคนเข้าใจว่าการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีหมายถึงการหวังผลตอบแทนจากราคาหุ้นเพียงอย่างเดียว แต่ความจริงแล้ว บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลกจำนวนไม่น้อยได้เติบโตจนมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง และสามารถจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นได้อย่างสม่ำเสมอ หากเลือกหุ้นให้เหมาะสม นักลงทุนก็สามารถจัดพอร์ตที่มีเงินปันผลไหลเข้าบัญชีได้ครบทั้ง 12 เดือนของปี โดยใช้หุ้นเพียง 9 ตัวเท่านั้น หุ้นทั้ง 9 บริษัท ประกอบด้วย Cisco $CSCO ผู้นำด้านอุปกรณ์เครือข่ายและโครงสร้างพื้นฐานสำหรับองค์กร Taiwan Semiconductor Manufacturing $TSM ผู้ผลิตชิปอันดับหนึ่งของโลก และเป็นกำลังสำคัญของอุตสาหกรรม AI Lam Research $LRCX ผู้ผลิตเครื่องจักรสำหรับการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ Apple $AAPL เจ้าของระบบนิเวศอุปกรณ์และบริการที่มีผู้ใช้งานทั่วโลก Texas Instruments $TXN ผู้ผลิตชิป Analog และ Embedded ASML $ASML ผู้ผลิตเครื่อง EUV Lithography เพียงรายเดียวของโลก IBM $IBM บริษัทเทคโนโลยีระดับตำนานที่มุ่งสู่ธุรกิจ Hybrid Cloud และ AI Microsoft $MSFT ผู้นำด้านซอฟต์แวร์ Cloud และ AI ซึ่งสร้างกระแสเงินสดมหาศาล Broadcom $AVGO ผู้ผลิตชิปและซอฟต์แวร์โครงสร้างพื้นฐานที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง พร้อมนโยบายเพิ่มเงินปันผลต่อเนื่อง --- ตารางเงินปันผลทั้ง 12 เดือน เมื่อจัดพอร์ตด้วยหุ้นทั้ง 9 ตัวนี้ เงินปันผลจะทยอยเข้าบัญชีตลอดทั้งปีตามรอบการจ่ายของแต่ละบริษัท ดังนี้ 📅 มกราคม → Cisco, TSM, LRCX 📅 กุมภาพันธ์ → AAPL, TXN, ASML 📅 มีนาคม → IBM, MSFT, AVGO 📅 เมษายน → Cisco, TSM, LRCX 📅 พฤษภาคม → AAPL, TXN, ASML 📅 มิถุนายน → IBM, MSFT, AVGO 📅 กรกฎาคม → Cisco, TSM, LRCX 📅 สิงหาคม → AAPL, TXN, ASML 📅 กันยายน → IBM, MSFT, AVGO 📅 ตุลาคม → Cisco, TSM, LRCX 📅 พฤศจิกายน → AAPL, TXN, ASML 📅 ธันวาคม → IBM, MSFT, AVGO --- จุดเด่นของพอร์ตนี้ ⭐ มีเงินปันผลเข้าบัญชีทุกเดือน ไม่ต้องรอเป็นรายไตรมาส ⭐ ลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่มีธุรกิจแข็งแกร่งและกระแสเงินสดสูง ⭐ ได้รับประโยชน์จากเมกะเทรนด์ระยะยาว ทั้ง AI, Cloud Computing, Data Center, Semiconductor และ Digital Infrastructure ⭐ มีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากทั้ง "ราคาหุ้นที่เติบโต" และ "เงินปันผล" ไปพร้อมกัน แน่นอนว่าจำนวนเงินปันผลในแต่ละเดือนจะไม่เท่ากัน เพราะขึ้นอยู่กับสัดส่วนการลงทุน จำนวนหุ้นที่ถือ และอัตราการจ่ายปันผลของแต่ละบริษัท แต่ข้อดีคือกระแสเงินสดจะทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี สำหรับนักลงทุนระยะยาว การมีเงินปันผลเข้าพอร์ตเป็นประจำสามารถนำไปลงทุนต่อ (Reinvest) เพื่อเพิ่มจำนวนหุ้นและสร้างผลตอบแทนแบบทบต้น (Compounding) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ช่วยสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว (หมายเหตุ: ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน โปรดศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ)
20
33
1,424