Filter
Exclude
Time range
-
Near
cabubiew
#จิราพรสินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด เขต 5 พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการคนที่หก ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ร่วมตั้งข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ และตั้งคำถาม ผ่านท่านประธานไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ( สคบ. ) เนื่องจากปีนี้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้รับการจัดสรรงบประมาณ 249 ล้านบาท ไม่มีเงินนอกงบประมาณ ซึ่งปรากฏว่าเกือบครึ่งหนึ่งเป็นในส่วนของงบบุคลากร ทราบว่าทาง สคบ. ยังมีจำนวนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอกับจำนวนงานและข้อร้องเรียนปัญหาต่าง ๆ ในแต่ละวันเกี่ยวกับการใช้สินค้าและการบริการ ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญของ สคบ. ที่ต้องดำเนินการแก้ไข สส.จิราพรได้ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับประเด็นนี้ว่า ต้องมีการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งในงบประมาณปี 70 หน้า 203 เห็นว่าตั้งงบการพัฒนาคุณภาพการรับเรื่องร้องทุกข์จากผู้บริโภค 3.6 ล้านบาท ซึ่งเข้าใจว่าเป็นการพัฒนานวัตกรรมและเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลการคุ้มครองผู้บริโภค สส.จิราพรได้ตั้งคำถามในประเด็นนี้ว่า เป็นการพัฒนาระบบอะไรบ้าง เนื่องจากในสมัยที่สส.จิราพรได้กำกับดูแล สคบ. งบลงทุนของ สคบ. ค่อนข้างน้อย จึงได้นำเอาระบบ Traffy fondue ซึ่งเป็นระบบที่ฟรีและมีประสิทธิภาพเข้ามาช่วยในการรับเรื่องร้องเรียน และได้มีแนวทางดึงเอา Platform ของเอกชนที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมากเข้ามาเชื่อมต่อเพื่อรับเรื่องร้องเรียน ซึ่งจะช่วยเหลือข้อร้องเรียนออนไลน์ของทาง สคบ. จึงอยากสอบถามไปยัง สคบ. ว่า ยังมีการใช้ Traffy fondue อยู่หรือไม่ และถ้ายังใช้อยู่มีข้อเสนอแนะให้ทาง สคบ. ได้เสริมเรื่องการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนหรือผู้บริโภคได้ทราบช่องทางนี้เพิ่มเติม ▫️การประชาสัมพันธ์ เนื่องจาก สคบ. มีพันธกิจ ในการเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคให้กับประชาชน และสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนสามารถที่จะปกป้องสิทธิ์ของตนเองได้ แต่งบของการประชาสัมพันธ์ของ สคบ. เท่าที่จำได้ในแต่ละปีน้อยมาก เฉลี่ยประมาณปีละ 2 แสนหรือ 3 แสนบาท ซึ่งไม่แน่ใจว่าปี 70 ได้เท่าไหร่ เนื่องจากถูกปรับลดงบประมาณในภาพรวมประมาณ 70 ล้านบาท สส.จิราพร ได้ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับประเด็นนี้ว่า หากอยากให้พันธกิจนี้สามารถดำเนินต่อไปได้ สคบ. อาจจะต้องร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่มีอยู่ เช่น กรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้สำนักนายกเช่นเดียวกัน รวมถึงอาจจะต้องสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนในการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ให้กับพี่น้องประชาชน ▫️ตามพันธกิจที่ 1 ของ สคบ. การพัฒนากฎหมายด้านการคุ้มครองผู้บริโภคให้ทันกับสถานการณ์ ในหน้า 203 ซึ่งตั้งงบค่าใช้จ่ายแผนงานการพัฒนากฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคเอาไว้ 4.88 ล้านบาท เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีการผลักดันกฎหมาย Lemon Law ซึ่งทำต่อเนื่องมาหลายปี ผ่านสภาฯ วาระที่ 1 ไปแล้ว อย่างไรก็ดีมีกฎหมายสำคัญอีกหลายฉบับที่มีเนื้อหาไม่สอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบัน เช่น พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และ พ.ร.บ.ขายตรงตลาดแบบตรง ซึ่งสส.จิราพรเคยได้ให้ สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง ( ป.ย.ป. ) ศึกษาประเด็นข้อกฎหมายที่ควรปรับปรุงแก้ไข และส่งต่อให้ สคบ. ดำเนินการต่อ ซึ่งในตอนนั้นทาง สคบ. ได้ตั้งอนุกรรมการขึ้นมาศึกษา สส.จิราพรได้ตั้งคำถามในประเด็นนี้ว่า ความคืบหน้าในการแก้ไขกฎหมายสำคัญสองฉบับนี้ ( พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และ พ.ร.บ.ขายตรงตลาดแบบตรง ) ▫️ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เคยมีบทบาทสำคัญในการเป็นหน่วยงานกลางในการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าซึ่งเป็นสินค้าผิดกฎหมาย และมีสถิติในการจับกุมสูงแบบก้าวกระโดดในระยะ 5 สัปดาห์ สามารถจับกุมได้ 2,000 กว่าคดี มีของกลางเกือบ 3 ล้านชิ้น ซึ่งในขณะนี้บุหรี่ไฟฟ้าก็ยังเป็นสินค้าผิดกฎหมาย สส.จิราพรได้ตั้งคำถามในประเด็นนี้ว่า สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคยังเป็นหน่วยงานกลางในการดำเนินการในการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าอยู่หรือไม่ และถ้าเป็นอยู่มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะคดีเก่าที่มีการจับกุมได้ ณ ด่านศุลกากร ซึ่งสส.จิราพรขณะที่กำกับดูแลได้มีนโยบายไม่ให้มีการระงับคดี ให้ส่งต่อไปที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ( ปปง. ) เพื่อไล่เส้นทางการเงินและยึดทรัพย์ จึงอยากทราบความคืบหน้าในประเด็นดังกล่าว ̶ #สสน้ำ @j_sindhuprai #ร้อยเอ็ดเขต5 ✱ ( #JirapornSindhuprai • 6 กรกฎาคม 2569 )
1
5
84
thegenerateth
“ภาวุธ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เข้าชี้แจง DSI หอบเอกสารแจงเส้นทางเงิน 28 ล้านบาท ยืนยันมีที่มาชัดเจน ไม่เกี่ยวทำผิดกฎหมาย พร้อมย้ำสถานะในคดีเป็นเพียงพยาน ไม่ใช่ผู้ต้องหา วันที่ 6 ก.ค.69 นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวหลังเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อให้ข้อมูลกรณีเส้นทางการเงินและประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคดี Forex ว่า สามารถอธิบายที่มาของเงินในบัญชีได้หลายประเด็น พร้อมมีเอกสารหลักฐานรองรับทั้งหมด แต่เนื่องจากเป็นการเข้าพบครั้งแรก เจ้าหน้าที่ยังมีข้อซักถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับบุคคลอื่น จึงต้องกลับไปจัดเตรียมข้อมูลและเอกสารก่อนเข้าชี้แจงอีกครั้ง สำหรับเงินหมุนเวียนกว่า 28 ล้านบาท นายภาวุธ ยืนยันว่าเป็นเงินที่เกิดจากการลงทุนซื้อขายหรือการเทรดต่อเนื่องประมาณ 1-2 ปี มีรายรับเข้ามาเป็นระยะ แต่สุดท้ายการลงทุนไม่ประสบความสำเร็จและขาดทุน พร้อมระบุว่ายังไม่สามารถลงลึกรายละเอียดได้ เนื่องจากอยู่ในสำนวนคดี ส่วนกรณีที่มีชื่อเชื่อมโยงกับบริษัทที่ DSI อยู่ระหว่างตรวจสอบ นายภาวุธ ชี้แจงว่า ปัจจุบันไม่ได้เป็นผู้บริหารบริษัทดังกล่าวแล้ว และบางบริษัทที่ถูกกล่าวถึงก็ไม่รู้จัก จึงต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้กระทบต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังชี้แจงกรณีเดินทางไปฝรั่งเศสกับกลุ่มโบรกเกอร์ ว่า เป็นการใช้คะแนนสะสมจากการซื้อสินค้าแลกรางวัล ไม่ใช่การเดินทางในฐานะผู้บริหารบริษัท ยืนยันว่าไม่เคยชักชวนประชาชนลงทุน Forex หรือได้รับผลประโยชน์จากบริษัทโบรกเกอร์ โดยคลิปที่เผยแพร่เป็นเพียงการแบ่งปันประสบการณ์การลงทุนส่วนตัวเท่านั้น นายภาวุธ กล่าวว่า รู้สึกสบายใจหลังได้เข้าชี้แจงกับ DSI พร้อมย้ำว่าไม่มีอะไรต้องปิดบัง และพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ โดยยืนยันว่าขณะนี้มีสถานะเป็นเพียงพยาน ไม่ใช่ผู้ต้องหา และไม่ได้เกี่ยวข้องกับขบวนการแชร์ลูกโซ่หรือกลุ่มสแกมเมอร์แต่อย่างใด #thegenerate #ภาวุธพงษ์วิทยภานุ #ดีเอสไอ #คดีฟอร์เร็กซ์
42
thestandardth
‘ภาวุธ’ เข้าให้ปากคำ DSI ฐานะพยานคดี Forex แจงเส้นทางเงิน 28 ล้าน ยันเทรดเองจนขาดทุน-ปัดเอี่ยวแชร์ลูกโซ่ วันนี้ (6 กรกฎาคม) ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อให้ข้อมูลและชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีเส้นทางการเงิน รวมถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคดีการลงทุน Forex โดยเจ้าตัวยืนยันความบริสุทธิ์ใจ พร้อมแสดงหลักฐานที่มาของเงินจำนวน 28 ล้านบาท ว่าไม่ได้มาจากการกระทำที่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด ภาวุธ เปิดเผยภายหลังการเข้าพบพนักงานสอบสวนว่า การชี้แจงในวันนี้สามารถตอบคำถามของเจ้าหน้าที่ได้ในหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องที่มาของเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 28 ล้านบาท ซึ่งตนมีหลักฐานรองรับอย่างครบถ้วน แม้จะไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกได้เนื่องจากอยู่ในสำนวนคดี แต่ขอยืนยันว่าเงินดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการเทรดที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องราว 1-2 ปี โดยมีรายได้เข้ามาเป็นช่วงๆ อย่างไรก็ตาม ภาวุธยอมรับว่า โดยสรุปแล้วตนเองไม่ได้ประสบความสำเร็จจากการลงทุนดังกล่าว และท้ายที่สุดต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนจากการเทรด ทั้งนี้ เนื่องจากการเข้าพบในวันนี้ถือเป็นครั้งแรก ทาง DSI ยังมีข้อซักถามเพิ่มเติมในประเด็นที่พาดพิงถึงบุคคลที่สาม ทำให้ตนต้องกลับไปเตรียมเอกสารและรวบรวมข้อมูล เพื่อกลับมาชี้แจงเพิ่มเติมในภายหลัง สำหรับกรณีที่มีชื่อเข้าไปเกี่ยวข้องกับบริษัทที่ทาง DSI กำลังตรวจสอบนั้น ภาวุธชี้แจงว่า ปัจจุบันตนไม่ได้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารในบริษัทดังกล่าวแล้ว และบางบริษัทที่ถูกกล่าวถึง ตนเองก็ไม่มีความรู้จักแต่อย่างใด จึงจำเป็นต้องกลับไปตรวจสอบข้อมูลโดยละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อบุคคลหรือบริษัทที่เกี่ยวข้อง ส่วนประเด็นข้อสงสัยเรื่องการเดินทางไปประเทศฝรั่งเศสร่วมกับกลุ่มโบรกเกอร์นั้น ภาวุธชี้แจงข้อเท็จจริงว่า เป็นเพียงการใช้คะแนนสะสมจากการซื้อสินค้าเพื่อแลกรับรางวัลการเดินทาง ไม่ใช่การเดินทางในฐานะผู้บริหาร หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัท โดยผู้ร่วมเดินทางส่วนหนึ่งเป็นเพียงทีมงานของโบรกเกอร์ที่ตนใช้บริการอยู่เท่านั้น นอกจากนี้ ภาวุธยังได้ชี้แจงถึงกรณีคลิปวิดีโอที่ถูกนำมาเผยแพร่ โดยยืนยันว่าไม่เคยมีพฤติกรรมชักชวนประชาชนให้มาร่วมลงทุนหรือเทรด Forex เนื้อหาในคลิปเป็นเพียงการบอกเล่าประสบการณ์ส่วนตัวด้านการลงทุน ไม่ใช่การโฆษณาชี้ชวน และตนไม่เคยได้รับผลประโยชน์ใดๆ จากบริษัทโบรกเกอร์ ภาวุธ กล่าวทิ้งท้ายว่า ภายหลังการเข้าชี้แจงตนรู้สึกสบายใจมากขึ้น เนื่องจากมีความตั้งใจที่จะเข้าพบ DSI ตั้งแต่แรก แต่ติดภารกิจการประชุมสภาผู้แทนราษฎรและคณะกรรมาธิการ จึงต้องเลื่อนมาเป็นวันนี้ พร้อมเน้นย้ำสถานะทางคดีว่า ตนเป็นเพียง พยาน ไม่ใช่ผู้ต้องหา "ผมไม่มีอะไรต้องปิดบัง พร้อมให้ข้อมูลทุกอย่างกับเจ้าหน้าที่เพื่อแสดงความโปร่งใส เงินที่เข้ามาไม่ได้มาจากการกระทำผิดกฎหมาย และผมไม่ได้เกี่ยวข้องกับขบวนการแชร์ลูกโซ่หรือสแกมเมอร์แต่อย่างใด" ภาวุธ กล่าว ภาพ: ณาฌารัฐ ภักดีอาสา #TheStandardNews #TheStandardPhoto #ณาฌารัฐภักดีอาสา
1,975
苏雨~🌷🌈✨ retweeted
PaoRangThong
สรุปการจัดการการเงินพื้นฐานที่ตัวเองใช้มาให้ เริ่มตั้งแต่เงินเข้าบัญชีไปจนถึงการลงทุนเลย เรื่องการเงินรีบจัดการก่อน = ได้เปรียบ พอฐานเรื่องการเงินเราดี ชีวิตเราจะเข้า easy mode เอง 1. รวมรายรับทุกทางเข้ามาด้วยกันในบัญชีเดียว แล้วทำ budgeting ว่าจะกระจายไป 2 / 3 / 4 / 5 เท่าไหร่ - ในชีวิตเราจะสามารถหารายรับมาสะสมความมั่งคั่งได้จาก 2 ทางคือ การขายแรงงานชั่วคราวของตัวเอง (Labor) การบริหารทรัพย์สิน (Asset) - เราไม่สามารถขายแรงงานไปได้จนตาย ดังนั้นเป้าหมายทางการเงินของเราคือการเปลี่ยนแรงงานให้เป็นทรัพย์สินทางการเงินที่สามารถสร้างกระแสเงินสดไว้เลี้ยงชีพ สำหรับตอนที่ไม่สามารถขายตัวได้แล้ว - ระหว่างทางถ้าเป้าหมายเรายังไม่สำเร็จ แต่มีอะไรมากระทบกับความสามารถในการหาเงินของเราโดยที่เราไม่มีกลไกป้องกันรองรับ เช่น อุบัติเหตุ พิการ โรคร้ายแรง ทุกอย่างจะพัง -> ศึกษาเรื่องประกัน 2. ค่าใช้จ่าย - อันดับแรกก่อนจะไปคิดเรื่องการลงทุน การบริหารเงิน เราต้องรู้ข้อมูลภาพรวมของเราก่อน - ค่าใช้จ่ายส่วนมากที่เราใช้ในชีวิตประจำวันมันเป็นรายการเดิมๆ ให้เราจดรายจ่ายออกมาทั้งหมด ทำไป 2 - 3 เดือนเราจะเห็นภาพว่าเงินมันไปไหนบ้าง นี่ทำมาตั้งแต่มหาลัย มันดีมากแนะนำให้ทุกคนทำ - สำหรับใครที่ รายได้ - รายจ่าย เป็นลบ ก็ต้องย้อยกลับมาดูว่าตรงนี้เราพอจะตัดได้บ้าง หรือ ถ้าจะไม่ตัดจะไปเพิ่มรายรับยังไงได้บ้างไหม? มันมีอยู่แค่ 2 ทางนี้ ไม่มีทางอื่น ส่วนใครที่ lifestyle inflation จนฉิบหาย คำแนะนำเดียวที่มีให้คือ "จมให้ลง" - สำหรับใครที่ รายได้ - รายจ่าย เป็นบวกก็ไปข้อ 2 3. การออม 3.1 สร้างเงินสำรองฉุกเฉิน - พอเรารู้แล้วว่าเรามีค่าใช้จ่ายประจำต่อเดือนประมาณเท่าไหร่ ก็ให้เราเริ่มออมเงินสำรองฉุกเฉิน 3 - 12 เท่าของค่าใช้จ่ายเอาไว้ - ถ้ารายได้หลักเรามีความมั่งคง จำนวนเท่าจะน้อยลง เช่น ข้าราชการออมฉุกเฉิน น้อยกว่า freelance - ส่วนตัวรายได้มั่นคงพอสมควรก็มีไว้ 12 เดือนเซฟๆ แต่แบ่งครึ่งนึงเอาไว้ในบัญชีธนาคารปกติ เพื่อความคล่องตัวเวลาถอน อีกครึ่งนึงเอาไว้ในกองทุนพักเงินพวก money market กองทุนรวมตลาดเงิน (กำลังคิดว่า 12 เดือนเยอะไป จะลดอยู่) - นอกจากเงินสำรองฉุกเฉิน ส่วนตัวจะมีเงินเผื่อไว้อีกก้อนนึง สำหรับกรณีพิเศษที่ต้องใช้ด่วน 3.2 เป้าหมายในอนาคต - แนะนำให้ออมก่อนใช้ = เงินเข้าแล้วก็ทำ budgeting กันเงินสำหรับดำรงชีพออกมา (Need) / กันเงินสำหรับออม-ลงทุนออกมา เหลือเท่าไหร่แล้วค่อยเอามาใช้สำหรับเสพความสุข แบบ guilt-free - ความสุขของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ไม่ต้องไป judge ตัดสิน คนอื่น บางคนอยากสะสมของ บางคนอยากทำหน้า บางคนอยากซื้อแบรนด์เนม อย่าไปเสือกกับเงินคนอื่น - ใครไม่ได้ต้องการเสพความสุขปัจจุบันเยอะ มี delayed gratification ยอมอดเปรี้ยวไว้กินหวานจะสามารถนำไปออม-ลงทุนเพื่อความสุขในอนาคตได้เพิ่ม ชีวิตมันต้องเลือก - ตรงนี้ถ้าเป็นเรื่องเล็กๆ อย่างท่องเที่ยว ชอปปิ้งก็เอาไว้ในบัญชีธนาคารปกติได้ ส่วนถ้าเป็นก้อนใหญ่เพื่อเป้าหมายในอนาคต เช่น บ้าน ค่าเทอมลูก ก็เอาไปไว้การลงทุนความเสี่ยงต่ำๆ ได้ 4. การลงทุน - อย่าลืมว่าระหว่างทางที่เราสะสมความมั่งคั่ง รายรับหลักมันมาจาก "แรงงานของเรา" ก่อนจะคิดเรื่องลงทุนให้รวย อย่าลืมอุดรอยรั่ว ลดความเสี่ยงของเหตุการ์ณที่เกิดขึ้นแล้วเราจะรับไม่ไหวก่อน ตรงนี้เป็นจุดที่หลายคนมองข้ามกัน ยิ่งคนที่ต้องรับผิดชอบชีวิตคนอื่นด้วยเรื่องนี้สำคัญมาก -> ประกัน - การลงทุนขอแบ่งเป็น 2 อย่างหลักๆ คือใช้ลดหย่อนภาษีได้กับลดหย่อนไม่ได้ ซึ่งส่วนมากเราจะรู้รายได้ต่อปีของเรากันอยู่แล้วก็ให้ตั้งมาเลยตั้งแต่แรกว่าจะโยนเงินไปส่วนลดหย่อยเท่าไหร่ ซึ่งไม่ได้จำเป็นต้องกดเต็ม ต้องบริหารดูเรื่องสภาพคล่อง ค่าเสียโอกาสที่จะโดน lock เงินไว้ด้วย สำหรับส่วนที่เหลือก็เอาไปลงทุนอื่นๆ - เรื่องภาษี ใครชอบใชเงินมือเติบ แนะนำให้กันออกไปตั้งแต่เงินไหลเข้าบัญชีเลยเข้ามา 100 ก็โอนไปพักอีกบัญชีรอจ่ายภาษีไว้เลย คิดว่าเป็นเงินที่เราใช้ไม่ได้อยู่แล้ว - เป้าหมายคือบริหารทรัพย์สินของเราให้สามารถสร้างกระแสเงินสดไว้เลี้ยงชีพ สำหรับตอนที่เราไม่สามารถขายตัวได้แล้ว จะได้ไม่ต้องรอใครมาเลี้ยง มีชีวิตที่อิสระ 🚀 สรุป - จัดการรายรับ-รายจ่ายให้เป็นระบบ จะได้รู้ข้อมูลสุขภาพทางการเงิน - พอมีข้อมูลแล้วก็บริหารทำ Budgeting โดยแนะนำให้ออมก่อนใช้ เป้าหมายแรกคือเอาให้สภาพคล่องบวก รายรับ-รายจ่าย > 0 - ศึกษาการปกป้องความสามารถในการหารายได้จากแรงงาน - ศึกษาการบริหารทรัพย์สิน แล้วพอรวยถึงจุดนึงคำแนะนำด้านบนจะเปลี่ยนไป เครื่องมือทางการเงินจะมีให้เล่นมากขึ้น จบบบบ ขอให้รวยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย กันทุกคนครับบบบบบบบบบ #จะร่างทองต้องใช้เงิน
6
8,259
9,750
1,188,307
tccthailand
"ผมนึกว่าตัวเองดูออก" คือสิ่งที่หลายคนพูดเหมือนกัน . ชายอังกฤษวัย 54 ปี เห็นโฆษณาบนเฟซบุ๊กที่มีคลิปกูรูการเงินชื่อดังออกมาชวนลงทุน เขาไม่เคยเล่นคริปโทฯ มาก่อน และมั่นใจว่าตัวเองแยกออกว่าอะไรจริงอะไรปลอม เลยลองใส่เงินก้อนแรกแค่หลักพันบาท . จากนั้นมีคนโทรมาคุยและพาเข้ากลุ่ม และโชว์แอปที่ทำให้เห็นว่าเงินลงทุนกำลังงอกเงยขึ้นเรื่อย ๆ เขาเลยเชื่อสนิทใจ สุดท้ายถูกหลอกให้ติดตั้งโปรแกรมที่เปิดให้คนอื่นควบคุมมือถือของเขาจากระยะไกล มิจฉาชีพเลยกู้เงินในชื่อของเขา แล้วดูดออกไปจนเกลี้ยง . กว่าจะรู้ตัว เงินหายไปเกือบ 50,000 ปอนด์ กลายเป็นหนี้ที่ตัวเองไม่ได้ก่อ และต้องผ่อนไปอีกเกือบ 30 ปี สิ่งที่ทำให้เขาเจ็บที่สุดไม่ใช่เงิน แต่คือความรู้สึกโทษตัวเอง ทั้งที่คนที่แอบอ้างหน้าตาในคลิปยังบอกเองว่า คนที่ต้องรับผิดชอบไม่ใช่เหยื่อ . เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดแค่ในต่างประเทศ คนไทยก็เจอไม่ต่างกัน และตอนนี้ทั้งผู้เสียหายในอังกฤษที่รวมพลังกันหลายร้อยคน และสภาผู้บริโภคของไทยที่ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายกว่า 230 ล้านบาท กำลังลุกขึ้นฟ้องแพลตฟอร์มที่ปล่อยให้โฆษณาหลอกลวงเกลื่อน #ฉันก็โดนเหมือนกัน #แอปฟ้าพาหมดตัว #เฟซบุ๊กเพื่อนลัก #สภาผู้บริโภค #เพื่อนผู้บริโภค #สภาผู้บริโภคที่ไม่ใช่สคบ.
1
2
2
308
th_liberator
ลงทุนระยะยาว สินทรัพย์ไหนคือคำตอบ และเหมาะกับเราจริงๆ? | Liberator เวลาตั้งเป้าหมายจะ "ลงทุนระยะยาว" คำถามที่มักจะเกิดขึ้นคือ "ซื้ออะไรดี?" หุ้นอเมริกา? หุ้นไทย? หรือกองทุน? ในความเป็นจริง โลกการเงินไม่มีจอกศักดิ์สิทธิ์ ที่เป็นคำตอบตายตัวสำหรับทุกคนครับ สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด อาจไม่ใช่สินทรัพย์ที่ดีที่สุดเสมอไป หากมันไม่สอดคล้องกับความถนัดของเรา หัวใจสำคัญของการเลือกสินทรัพย์ให้ "เหมาะกับเราจริงๆ" คือการจับคู่เป้าหมาย ทักษะ และจุดแข็ง ที่เรามีเข้าด้วยกัน ลองมาสแกนดูกันครับว่า การจัดพอร์ตแบบไหนที่จะดึงศักยภาพของเราออกมาได้ดีที่สุด 1. สินทรัพย์สายเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Tech & Quality Growth) เหมาะกับ : คนที่มองเห็นภาพอนาคต เข้าใจวงจรการทำงานของเทคโนโลยี และรับความผันผวนได้สูงเพื่อแลกกับผลตอบแทน (Capital Gain) ก้อนใหญ่ ทำไมถึงใช่ : โลกการลงทุนยุคใหม่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง การเลือกลงทุนในบริษัทที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของ AI, Cloud หรือ Semiconductor ที่มีป้อมปราการทางธุรกิจ (Economic Moat) แข็งแกร่ง จะให้ผลตอบแทนที่สูงแต่ก็แลกมากับความเสี่ยงที่สูงด้วยเช่นกัน 2. กองทุนดัชนี (Index ETF) แบบ Systematic DCA เหมาะกับ : คนที่ต้องการให้เงินทำงานแทนแบบเต็มรูปแบบ เน้นความสม่ำเสมอ และเชื่อมั่นในสถิติการเติบโตของตลาดโลกมากกว่าการคาดเดาจังหวะ ทำไมถึงใช่ : ข้อมูลเชิงปริมาณพิสูจน์มาแล้วว่า การลงทุนแบบถัวเฉลี่ย (DCA) ในดัชนีระดับโลกอย่าง S&P 500 หรือ Nasdaq-100 สามารถเอาชนะการเลือกหุ้นรายตัวได้ในระยะยาว เป็นการปล่อยให้ระบบคัดกรองหุ้นที่อ่อนแอทิ้งไป และเก็บเฉพาะหุ้นที่แข็งแกร่งไว้ในพอร์ตโดยอัตโนมัติ 3. ตลาดอนุพันธ์ (TFEX) และ Systematic Trading เหมาะกับ : คนที่มีตรรกะและทักษะในการจัดการข้อมูลตัวเลข รวมถึงผู้ที่ต้องการเครื่องมือที่ยืดหยุ่นในการบริหารความเสี่ยง (Hedging) ทำไมถึงใช่: สำหรับสนามนี้ ทักษะระดับ Certified Professional Data Analyst และการทำงานร่วมกับกลุ่ม Quantitative Finance คืออาวุธที่ทรงพลังที่สุด คุณสามารถนำความรู้ด้าน Data มาวิเคราะห์หาความน่าจะเป็น (Probability) ทำ Backtest กลยุทธ์ในอดีต หรือแม้แต่ใช้ Python เขียนสคริปต์ดึง API เพื่อสร้างระบบเทรดอัตโนมัติ (Algorithmic Trading) สินทรัพย์กลุ่มนี้จึงเป็นพื้นที่ปล่อยของชั้นเยี่ยมในการสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (Alpha) ให้กับพอร์ตรวมอย่างเป็นระบบ สินทรัพย์ที่ "ใช่" ที่สุด คือสินทรัพย์ที่คุณเข้าใจกลไกของมันอย่างถ่องแท้ สามารถดึงทักษะความถนัดของตัวเองมาสร้างข้อได้เปรียบ และถือมันได้โดยไม่ตื่นตระหนก พอร์ตระยะยาวที่เหมาะกับเรา มักเกิดจากการจัดสรรเงิน (Asset Allocation) ที่สมดุล เช่น การใช้กองทุน ETF เป็นแกนหลัก (Core) เพื่อความมั่นคง และแบ่งสัดส่วนมาลงทุนหุ้นรายตัวเพื่อเพิ่มผลตอบแทน (Satellite) ครับ --- ❝ ปลดล็อกศักยภาพทางการเงินให้คุณ ❞ #Liberator แพลตฟอร์มการลงทุน  ที่พร้อมสนับสนุนคนไทยให้มีอิสระทางการเงิน
122
thaipfa
🧐 อยากเริ่มวางแผนการลงทุน แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร? 🧐 อยากเป็น IC / IP แต่ไม่มีวุฒิปริญญาตรีทำอย่างไร? 🧐 อยากย้ายงานมาทำอาชีพด้านการเงินทำอย่างไร? 🧐 อยากเรียนรู้กับตัวจริงด้านการลงทุนทำอย่างไร? #วางแผนการเงิน #วางแผนลงทุน #วางแผนการลงทุน #อบรมวางแผนการเงิน
18
GordonAlway
การฟังความคิดเห็นของคนอื่นไม่ใช่เรื่องผิด การอ่านบทวิเคราะห์ การติดตามนักลงทุนที่มีประสบการณ์ หรือการรับฟังมุมมองที่แตกต่าง ล้วนเป็นประโยชน์ หากนำมาใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ แต่สิ่งที่ไม่ควรทำ คือการฝากอนาคตทางการเงินของตัวเองไว้กับคนที่บอกให้ซื้อหรือขายหุ้น เพราะสุดท้ายแล้ว คนที่รับผลกำไรหรือขาดทุน คือเรา ไม่ใช่คนที่ให้คำแนะนำ ไม่มีใครรู้เป้าหมายการลงทุนของเรา ไม่มีใครรู้ระดับความเสี่ยงที่เรารับได้ ไม่มีใครรู้ฐานะการเงินของเราและไม่มีใครรับผิดชอบผลลัพธ์แทนเราได้ หลายครั้งคนที่ใบ้หุ้น อาจไม่ได้มีเจตนาไม่ดี แต่พวกเขาก็สามารถผิดพลาดได้เช่นเดียวกับทุกคน และบางครั้ง สิ่งที่เหมาะกับพอร์ตของเขา อาจไม่เหมาะกับพอร์ตของเราเลย นักลงทุนที่เติบโตในระยะยาว จึงใช้ความคิดเห็นของคนอื่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการศึกษาต่อ ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการตัดสินใจ พวกเขาจะถามเสมอว่า ทำไมบริษัทนี้จึงน่าลงทุน ปัจจัยอะไรคือความเสี่ยง สมมติฐานคืออะไร และหากสถานการณ์ไม่เป็นไปตามคาด จะทำอย่างไร เพราะการลงทุนที่ดี ไม่ได้เกิดจากการเชื่อตามคนที่เสียงดังที่สุด แต่เกิดจากการเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองถือครอง อย่าฝากชีวิตไว้กับคนใบ้หุ้น จงฝากมันไว้กับความรู้ วินัย และความรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตัวเอง เพราะเมื่อกำไรเกิดขึ้น มันเป็นของเรา และเมื่อขาดทุนเกิดขึ้น คนที่ต้องรับผลนั้นก็ยังคงเป็นเราเช่นเดิม
2
13
572
TNAMCOT
"ภาวุธ" สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน มาตามนัดเข้าพบพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ ชี้แจงเส้นทางการเงินเชื่อมโยงบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด มูลค่า 28 ล้านบาท ในคดีฟอเร็กซ์ หลังขอเลื่อนนัดมาจากวันที่ 2 ก.ค. . คดีนี้สืบเนื่องจากดีเอสไอ ตรวจพบการรับโอนเงินเข้าบัญชีของนายภาวุธ 28 ล้านบาท ภายในวันเดียวกัน คือวันที่ 18 ก.ค.67 ก่อนที่นายภาวุธ จะชี้แจงต่อสื่อมวลชนว่า เงินจำนวนดังกล่าวเป็นรายได้จากการซื้อขายหรือเทรดทองคำ และพร้อมให้ความร่วมมือกับการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ . เดิมพนักงานสอบสวนนัดหมายให้นายภาวุธ เข้าพบในฐานะพยาน เมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา ก่อนมีการเลื่อนนัด และกำหนดให้เข้าชี้แจงพร้อมแสดงเอกสารหลักฐานในวันนี้ เพื่อประกอบการตรวจสอบเส้นทางการเงินและข้อเท็จจริงในคดี . นายภาวุธ เปิดเผยก่อนขึ้นไปพบพนักงานสอบสวนว่า วันนี้เตรียมหลักฐานมาชี้แจงกับพนักงานสอบสวนทั้งหมดแล้ว ยืนยันว่าตัวเองไม่ได้เป็นผู้ชักชวนให้ลงทุนเทรดสินทรัพย์หรือสกุลเงินต่างประเทศ เป็นเพียงแค่ผู้ลงทุนเทรดทองคำ ส่วนหลักฐานที่เชื่อมโยงกับบริษัทบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด ขอขึ้นไปชี้แจงรายละเอียดกับพนักงานสอบสวนก่อน หลังจากพวกพนักงานสอบสวนเสร็จจะลงมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนภายหลัง #ป้อมภาวุธ #คดีฟอเร็กซ์ #สำนักข่าวไทย
609
LongtunTime
ทำให้ราคา Bond ดีดตัว กด Bond Yield ไทย ลงทุกช่วงอายุ ➔ Bond Yield ไทย 10 ปี = 1.94% (-3.42%) 🤔ภาวะ Bond Yield ย่อตัวลง ช่วยลดต้นทุนการเงินในระบบ จึงส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า, ไฟแนนซ์ แต่ส่งผลลบต่อหุ้นกลุ่มแบงก์ ที่มีแนวโน้ม NIM ลดลง ⭐️ขอให้ลงทุนราบรื่น มีกำไร
11
LongtunTime
6 ก.ค. 69 “เงินเฟ้อ มิ.ย. ต่ำกว่าคาด ต่างชาติ ซื้อโรงไฟฟ้า,สินเชื่อ” #ตลาดหุ้น #เศรษฐกิจ #การลงทุน #การเงิน SET 5.60 จุด ( 0.35%) ปิด 1,616.88 จุด มูลค่า 66,131 ลบ. สถาบัน -1,924 ลบ. หลักทรัพย์ 790 ลบ. ต่างชาติ 735 ลบ. รายย่อย 399 ลบ. ซื้อขายสูงสุด KTB KBANK SCB PTT GULF
1
1
56
thestandardth
ยศชนัน ชูแผนปฏิบัติการสร้าง ‘ท่าอวกาศยานไทยเพื่อสันติ’ ใช้ความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ ดึงดูดบริษัทจรวดทั่วโลก วันนี้ (6 กรกฎาคม) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ตอบกระทู้ถามสดของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในประเด็นการศึกษาความเหมาะสมในการจัดตั้งฐานปล่อยจรวดและท่าอวกาศยานของประเทศไทย โดย นพดล พริ้งสกุล สว. เป็นผู้ตั้งถามม ขณะที่ ศ.ดร.ยศชนัน ได้กล่าวขอบคุณ สว.นพดล สำหรับคำถามที่มีความหมายอย่างยิ่งต่อการกำหนดทิศทางอนาคตของประเทศไทยในศตวรรษที่ 21 โดยระบุว่า ประเด็นข้อซักถามทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นมิติความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม กรอบกฎหมาย ความมั่นคง รวมถึงความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์ ล้วนเป็นหัวใจสำคัญที่รัฐบาลและกระทรวง อว. ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง และกำลังศึกษาอยู่อย่างรอบด้านและรัดกุมที่สุดในขณะนี้ จากนั้น ศ.ดร.ยศชนัน ได้ฉายภาพบริบทโลกในปัจจุบันให้ที่ประชุมเห็นว่า โลกกำลังอยู่ในยุคของ ‘อวกาศยุคใหม่’ (New Space Economy) ซึ่งไม่ได้ผูกขาดอยู่กับรัฐบาลมหาอำนาจอีกต่อไป แต่ถูกขับเคลื่อนโดยภาคเอกชน สตาร์ทอัพ และระบบนิเวศนวัตกรรมที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด พร้อมยกข้อมูลจากสถาบันการเงินระดับโลกอย่าง Morgan Stanley และ Euroconsult ที่ประเมินตรงกันว่า มูลค่าเศรษฐกิจอวกาศโลกจะเติบโตแตะระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 36 ล้านล้านบาท) ภายในทศวรรษหน้า พร้อมกล่าวต่อว่า “ประเทศไทยของเราจะยืนอยู่ตรงไหนในห่วงโซ่มูลค่านี้ เราจะเป็นเพียงผู้ซื้อสัญญาณ ผู้บริโภคข้อมูลดาวเทียมไปตลอดกาล หรือเราจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้สร้างเทคโนโลยี และเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจแห่งใหม่ของภูมิภาค นี่คือเหตุผลที่เราต้องศึกษาเรื่องท่าอวกาศยานอย่างจริงจังในวันนี้ครับ” 🔴 ทำไมต้องประเทศไทย ชูจุดแข็งทำเลทองใกล้ ‘เส้นศูนย์สูตร’ ในประเด็นเหตุผลและความเหมาะสมทางภูมิศาสตร์ว่าเหตุใดจึงต้องเป็นประเทศไทย ศ.ดร.ยศชนัน ชี้แจงว่า ประเทศไทยมีจุดแข็งที่ฟ้าประทานมาให้ คือการมีที่ตั้งอยู่ใกล้ ‘เส้นศูนย์สูตร’ (Equator) ซึ่งตามหลักฟิสิกส์แล้ว การปล่อยจรวดจากบริเวณใกล้เส้นศูนย์สูตรจะได้รับแรงเหวี่ยงจากการหมุนของโลกมากที่สุด ช่วยประหยัดเชื้อเพลิงได้มากถึง 15-20% ทำให้สามารถบรรทุกดาวเทียมที่มีน้ำหนักมากขึ้นได้ในต้นทุนที่ต่ำลง ถือเป็นความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ (Comparative Advantage) ที่ดึงดูดผู้ให้บริการความถี่และผู้ปล่อยจรวดจากทั่วโลกให้หันมามองประเทศไทย หากไม่ใช้ศักยภาพตรงนี้ ก็เท่ากับเสียโอกาสครั้งประวัติศาสตร์ 🔴 ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ: ใช้โมเดล PPP ลดภาระคลัง หวังผล Spillovers สำหรับความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและภาระทางการคลัง ศ.ดร.ยศชนัน ยืนยันว่า การจัดตั้งท่าอวกาศยานนี้ ไม่ใช่โครงการที่รัฐบาลจะนำเงินงบประมาณแผ่นดินหลายหมื่นล้านบาทไปทุ่มสร้างโดยลำพัง แต่กำลังศึกษาโมเดลการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน หรือ Public-Private Partnership (PPP) โดยภาครัฐจะทำหน้าที่เป็นเพียงผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) ในการเตรียมโครงสร้างพื้นฐาน กฎระเบียบ และการจัดสรรพื้นที่ ขณะที่การลงทุนก่อสร้างฐานปล่อยและเทคโนโลยีจรวด จะมาจากภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศที่มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งจะช่วยลดภาระทางการคลังของประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ ส่วนผลตอบแทนที่จะได้รับนั้น ไม่ใช่เพียงแค่ค่าบริการปล่อยจรวด แต่เป็น ‘ผลกระทบสืบเนื่องทางเศรษฐกิจ’ (Spillover Effect) ที่มหาศาล ทั้งการดึงดูดอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง เช่น อุตสาหกรรมการบินและอวกาศ วัสดุศาสตร์ขั้นสูง อิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์ และที่สำคัญที่สุดคือ การสร้างงานที่มีมูลค่าสูงให้กับวิศวกร นักวิทยาศาสตร์ และเยาวชนไทย 🔴 ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม: หลีกเลี่ยงชุมชน-แนวตกสู่ทะเล-ทำEIA/EHIA เข้มข้น ด้านผลกระทบทางสังคม สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย ซึ่งเป็นข้อห่วงใยสำคัญ ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวย้ำว่า ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นหัวใจสำคัญอันดับหนึ่งที่ไม่อาจประนีประนอมได้ โดยเกณฑ์ในการคัดเลือกพื้นที่ตั้งท่าอวกาศยาน จะต้องหลีกเลี่ยงพื้นที่ชุมชนหนาแน่น และพื้นที่อนุรักษ์ทางธรรมชาติอย่างเด็ดขาด พื้นที่ที่กำลังศึกษาจึงเป็นบริเวณแนวชายฝั่งติดทะเล เพื่อให้แนวเส้นทางการบินและชิ้นส่วนของจรวดที่สลัดออก (Drop Zones) ตกลงสู่มหาสมุทรในจุดที่ปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อประชาชนหรือเส้นทางเดินเรือ นอกจากนี้ จะต้องมีการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA และ EHIA) ตามมาตรฐานสากลอย่างเข้มข้น รวมถึงการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่อย่างโปร่งใส ให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาร่วมกันตั้งแต่ต้นทาง โดยยืนยันว่าจะไม่ทำโครงการนี้บนความเดือดร้อนของประชาชนอย่างแน่นอน 🔴 เร่งดัน พ.ร.บ.อวกาศ - ชูจุดยืน ‘ท่าอวกาศยานเชิงพาณิชย์เพื่อสันติ’ สำหรับประเด็นด้านกฎหมายและการกำกับดูแล ศ.ดร.ยศชนัน ยอมรับว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายเฉพาะทางด้านอวกาศที่ครอบคลุมถึงการปล่อยยานอวกาศ การจัดการจราจรทางอวกาศ และความรับผิดชอบต่อความเสียหาย ด้วยเหตุนี้ กระทรวง อว. และ GISTDA จึงได้เร่งรัดผลักดัน ‘ร่างพระราชบัญญัติกิจการอวกาศ’ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาตามกระบวนการนิติบัญญัติ กฎหมายฉบับนี้จะเป็นเสาหลักสำคัญในการจัดตั้งหน่วยงานกำกับดูแลกิจการอวกาศแห่งชาติ การออกใบอนุญาต มาตรฐานความปลอดภัย และระบบประกันภัยความเสียหาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และสอดคล้องกับสนธิสัญญาด้านอวกาศของสหประชาชาติที่ไทยเป็นภาคีสมาชิก ส่วนในมิติความมั่นคงและภูมิรัฐศาสตร์ที่มีความละเอียดอ่อนในยุคการแข่งขันของมหาอำนาจ ศ.ดร.ยศชนัน ยืนยันจุดยืนของประเทศว่า ท่าอวกาศยานที่ศึกษาอยู่นี้จะเป็น ‘ท่าอวกาศยานเชิงพาณิชย์เพื่อสันติ’ (Commercial Spaceport for Peaceful Purposes) เท่านั้น โดยจะมีระบบการตรวจสอบและคัดกรองอย่างรัดกุม เพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำเทคโนโลยีหรือน้ำหนักบรรทุกที่มีวัตถุประสงค์ทางทหารหรืออาวุธเข้ามาเกี่ยวข้องเด็ดขาด พร้อมใช้นโยบาย ‘ความเป็นกลางและเปิดกว้าง’ (Neutrality and Open Access) อนุญาตให้เอกชนและมิตรประเทศจากทั่วทุกมุมโลกที่ปฏิบัติตามกติกาสากลเข้ามาใช้บริการได้อย่างเท่าเทียมกัน เพื่อเปลี่ยนความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์ให้กลายเป็นโอกาสทางความร่วมมือระหว่างประเทศ ทำให้ประเทศไทยเป็นเวทีแห่งสันติภาพและการพัฒนาทางเทคโนโลยีร่วมกัน ไม่ใช่พื้นที่แห่งความขัดแย้ง 🔴 ความพร้อมบุคลากรไทย: ยุติปัญหา ‘สมองไหล’ สร้างบ้านให้คนเก่ง ต่อข้อสงสัยเรื่องความพร้อมของบุคลากรไทย ศ.ดร.ยศชนัน ระบุด้วยความภาคภูมิใจว่า วันนี้ประเทศไทยไม่ได้นับหนึ่งจากศูนย์ ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา GISTDA และสถาบันการศึกษาในประเทศได้สั่งสมองค์ความรู้และสร้างบุคลากรด้านเทคโนโลยีอวกาศมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันไทยมีดาวเทียม THEOS-1 และ THEOS-2 ที่ขึ้นสู่วงโคจรแล้ว และที่สำคัญคือมีดาวเทียม THEOS-2A ซึ่งเป็นดาวเทียมดวงแรกที่ออกแบบและสร้างโดยฝีมือวิศวกรไทย 100% นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยของไทยกว่า 30 แห่ง ยังมีการเปิดการเรียนการสอนในสาขาวิศวกรรมการบินและอวกาศ วิศวกรรมเครื่องกล และสาขาที่เกี่ยวข้อง ผลิตบัณฑิตและวิศวกรคุณภาพสูงออกมาปีละหลายร้อยคน แต่ปัญหาที่ผ่านมาคือบุคลากรเหล่านี้ไม่มีเวทีหรืออุตสาหกรรมในประเทศรองรับ จนทำให้เกิดปัญหาสมองไหล (Brain Drain) ดังนั้น การสร้างท่าอวกาศยานและระบบนิเวศอวกาศ จึงเป็นการสร้างบ้านและสร้างอนาคต เพื่อรองรับคนเก่งเหล่านี้ให้ได้ใช้ความรู้ความสามารถพัฒนาประเทศบ้านเกิด 🔴 เปิดโรดแมป 3 ระยะ สู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจอวกาศอาเซียน ด้านแผนการดำเนินงานในระยะต่อไป กระทรวง อว. ได้วางโรดแมปไว้ 3 ระยะที่ชัดเจน ได้แก่ ระยะที่ 1 (ภายใน 1-2 ปีนี้): การศึกษาความเป็นไปได้ (Feasibility Study) ในทุกมิติให้แล้วเสร็จ พร้อมกับการผลักดัน พ.ร.บ.กิจการอวกาศ ให้มีผลบังคับใช้ และการกำหนดมาตรการจูงใจการลงทุนร่วมกับ BOI ระยะที่ 2 (ช่วงปีที่ 3-5): การคัดเลือกพื้นที่และเปิดประมูลการลงทุนในรูปแบบ PPP เพื่อเริ่มก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน โดยอาจเริ่มจากการให้บริการปล่อยจรวดขนาดเล็กในระดับกึ่งวงโคจร (Sub-orbital Launch) เช่น จรวดวิจัย หรือการท่องเที่ยวอวกาศ เพื่อทดสอบระบบและความพร้อม ระยะที่ 3 (ช่วงปีที่ 5-10): การก้าวสู่การเป็นท่าอวกาศยานที่ให้บริการปล่อยจรวดสู่วงโคจรจริง (Orbital Launch) อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจอวกาศแห่งอาเซียน ช่วงท้าย ศ.ดร.ยศชนัน ได้ให้คำมั่นต่อที่ประชุมวุฒิสภาและประชาชนทั่วประเทศว่า กระทรวง อว. และรัฐบาล จะดำเนินการเรื่องนี้ด้วยความรอบคอบ รัดกุม โปร่งใส และยึดมั่นในผลประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมกล่าวสรุปทิ้งท้ายว่า “การศึกษาและจัดตั้งท่าอวกาศยานในประเทศไทย ไม่ใช่ความฝันที่เลื่อนลอย หรือการทำตามแฟชั่นของนานาชาติ แต่คือความจำเป็นทางยุทธศาสตร์ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ นำพาประเทศไทยก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง และสร้างอนาคตที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ให้กับลูกหลานไทยในระยะยาว” ภายหลังจากการชี้แจง นพดล พริ้งสกุล สว. ผู้ตั้งกระทู้ถาม ได้กล่าวขอบคุณและแสดงความชื่นชมต่อคำตอบของรัฐมนตรี โดยระบุว่า วุฒิสภาพร้อมสนับสนุนแนวทางที่นำพาประเทศไทยก้าวไปสู่เทคโนโลยีขั้นสูงและเศรษฐกิจอวกาศยุคใหม่ พร้อมฝากข้อเสนอแนะให้รัฐบาลและกระทรวง อว. กำกับดูแลการนำแผนไปปฏิบัติจริงอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะเรื่องความโปร่งใสของโครงการ การมีส่วนร่วมและการรับฟังเสียงของประชาชนในพื้นที่ รวมถึงมาตรการป้องกันผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมตามที่ได้ให้คำมั่นไว้ เพื่อให้โครงการท่าอวกาศยานแห่งนี้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนแท้จริง #TheStandardNews
7
9
2,344
ซ้อใต้ดิวะ🦖🚗 retweeted
RODMAY_MAL
— อาจารย์พี่โต้ การเงิน101 🏧🪙💴 ล่าสุดออฟโรดรับบทสอนลงทุน แล้วสอนจริงจังเลย!! ปากกากระดาษพร้อม ดูแค่นี้ยังรู้เลยว่าตั้งใจสอนมากๆ จากวันที่สอนแฟนคลับในสตีมแล้วดูดิวันนี้ เก่งมากคับ // ชอบออฟโรดพูดเกี่ยวกับการลงทุนมาก!! ภูมิใจว่ะ ﹙♡— #ออฟโรด #offroadKTP .ᐟ﹚
28
72
1,779
🎄🎁❄️ retweeted
SundayBoyInvest
อะแชร์ เราทำช่องการเงินการลงทุน niche นี้ cpm สูงสุดในบรรดาเนื้อหาทุกหมวดเพราะโบรกเกอร์แย่งกัน bid โฆษณาแข่งกัน ถ้าทำหมวดอื่นอาจจะต้องทำยอดวิวสูงกว่านี้ถึงจะได้เงินเท่ากัน
แชร์ไอเดียการทำ youtube กันดีกว่าาา
13
566
964
68,594
yubilip_
หนังสือเรื่องการเงินการลงทุนก็ได้นะ ป้ายยามาเล๊ยย ต้องการเติมความรู้งับ 📈
104
curioverse_th
ตลาดการเงินไม่ชอบความไม่แน่นอน ตอนนี้ตะวันออกกลางกำลังเข้าสู่ยุคที่ไม่เคยมีมาก่อน ถ้าเป็นนักลงทุน ต้องเตรียมรับความผันผวนรอบใหม่นะครับ
moneynbanking
FETCO เผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนข้างหน้า (ก.ย.)เข้าสู่เกณฑ์ “ร้อนแรง” มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปัจจัยหนุนสำคัญ ขณะที่เศรษฐกิจยูโรโซน นโยบายการเงินของเฟดยังเป็นปัจจัยกดดัน
1
1
1
616
thegenerateth
“สส.ภาวุธ” เข้าพบ DSI  ตามนัด นำหลักฐานเอกสารมาชี้แจง ระบุ “ไม่ใช่ผู้ร้าย แค่ผู้ต้องสงสัย” ย้ำไม่เคยชักชวนใคร เป็นแค่คนเทรด วันที่ 6 ก.ค. นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เดินทางมาพร้อมทนายความโดยก่อนเข้าไปพบเจ้าหน้าที่ นายภาวุธ กล่าวกับสื่อสั้นๆ ว่า วันนี้พร้อมชี้แจงทุกอย่าง ให้โปร่งใส และได้นำหลักฐานมามอบให้ เพราะข้อมูลทุกอย่างมีครบ ยืนยัน“ไม่ใช่ผู้ร้าย เป็นแค่ผู้ต้องสงสัย” เมื่อถามว่าได้เป็นคนชักชวนหรือไม่ นายภาวุธ หัวเราะพร้อมบอกว่า “ไม่ได้ชักชวนใครเลย แค่เป็นคนเทรดเฉยๆ” ก่อนจะขอตัวขึ้นไปให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่และจะลงมาให้สัมภาษณ์ชี้แจงทุกอย่างกับสื่อมวลชนอีกครั้งหลังให้ข้อมูลเสร็จสิ้น ทั้งนี้นายภาวุธ มีสีหน้ายิ้มแย้ม ไม่ได้ดูมีท่าทีกังวลแต่อย่างใด สำหรับนายภาวุธ จะต้องชี้แจงในประเด็นที่พนักงานสอบสวน DSI พบเส้นทางการเงินระหว่างบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด โอนเงิน 28 ล้านบาท ในวันเดียว คือ วันที่ 18 ก.ค. 67 รวม14 ครั้ง ครั้งละ 2 ล้านบาท เข้าไปยังบัญชีธนาคารส่วนตัวของนายภาวุธ ว่าเป็นการทำธุรกรรมในเรื่องใด ซึ่งนายภาวุธเคยให้สัมภาษณ์ว่าเป็นการเทรดทองคำ ฉะนั้นก็ต้องมีหลักฐานการทำธุรกรรมการเทรดทองคำทั้งหมดมาแสดง ว่าเป็นการเทรดทองคำกับบริษัทใด ไทม์ไลน์การเทรด และผลตอบแทนในการเทรดที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่นายภาวุธ เคยเป็นกรรมการบริษัท หรือถือหุ้นในบริษัทที่ปรากฏความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงในเส้นทางการเงินในแผนผังรูปภาพการสืบสวนของดีเอสไอ เนื่องจากแต่ละบริษัทต่าง ๆ ที่อยู่ทั้งในกลุ่มของไอบี (IB) ผู้ชักชวนการลงทุน, กลุ่มของบริษัทโบรกเกอร์ และกลุ่มบริษัทเพย์เมนต์ เพราะมีเส้นทางการเงินเกี่ยวข้องระหว่างกัน อีกทั้งนายภาวุธยังมีเรื่องคลิปวิดีโอร่วมประชาสัมพันธ์บอกเล่าประสบการณ์การเทรดกับบริษัท QRS Global สะสมแต้มคะแนนแลกรับโทรศัพท์อีกด้วย ซึ่งทั้งหมดเป็นประเด็นที่นายภาวุธ จะต้องนำหลักฐานมาชี้แจงกับ DSI #thegenerate #ภาวุธพงษ์วิทยภานุ #ดีเอสไอ #คดีฟอร์เร็กซ์
64